ฝาหม้อน้ำทำงานอย่างไร - How does Radiator Cap works?

ฝาหม้อน้ำทำงานอย่างไร - How does Radiator Cap works?


พูดถึงฝาหม้อน้ำ ว่าหน้าที่ของฝาหม้อน้ำมันคืออะไร แล้วมัน ฝาหม้อน้ำทำงานอย่างไร และมีความสำคัญขนาดไหน เพื่อที่เพื่อนๆพี่ๆน้องๆที่อาจจะยังไม่รู้ จะได้เข้าใจว่าฝาหม้อน้ำมีหน้าที่อะไรและควรจะดูแลฝาหม้อน้ำอย่างไรบ้าง

จาก วีดีโอด้านบนที่ผมเอามาให้ดูก็เพื่อว่าจะได้ง่ายขึ้นในการทำความเข้าใจว่า ฝาหม้อน้ำทำงานอย่างไร ซึ่งเป็นพื้นฐานการทำงานของฝาหม้อน้ำนั้นเอง เริ่มจาก หน้าที่ของฝาหม้อน้ำ นั้นก็ไม่ได้ซับซ้อนอะไรคือ รักษาแรงดันภายในหม้อน้ำนั่นเอง หน้าตาของฝาหม้อน้ำตามรูปข้างล่าง

ฝาหม้อน้ำทำงานอย่างไร

ฝาหม้อน้ำทำงานอย่างไร

โดยที่หลังจากที่เครื่องยนต์ติดเครื่องแล้วนั้น ลูกสูบทำงานของมันคือการเผาไหม้เชื้อเพลิงตามรอบหรือ Cycle ของมัน ก็จะเกิดความร้อนขึ้นภายในฝาสูบและเสื้อสูบ จนถึงอุณหภูมิหนึ่งที่วาว์ลน้ำเปิดให้ น้ำร้อนไหลออกมาที่ หม้อน้ำ โดยน้ำร้อนจะออกมาเข้าที่ด้านบน ตามหลักน้ำร้อนเบากว่าน้ำเย็น น้ำเย็นก็จะเข้าไปในเครื่องยนต์แทนน้ำร้อนที่ออกมา

แน่นอนว่าน้ำร้อนที่ออกมาจากเครื่องยนต์ ย่อมเกิดการขยายตัวจากอุณหภูมิที่สูงขึ้นและตามมาด้วยแรงดันที่เกิดจากการ ขยายตัวของน้ำ ซึ่งเจ้าแรงดันที่ว่ามันก็สามารถทำลายอุปกรณ์ภายในของระบบระบายความร้อนของ เราให้ได้รับความเสียหายได้เช่นกัน จึงต้องทำการลดแรงดันที่สูงนั้นออกไปตามสเปคของ ฝาหม้อน้ำ ที่ขึ้นอยู่กับผู้ผลิดว่ามีแรงดันที่เท่าไหร่

แรงดันก็จะเอาชนะสปริงวาว์ลให้ยุบตัวแล้วน้ำร้อนที่มีแรงดันสูงก็จะถูก ถ่ายออกไปเก็บไว้ที่หม้อพักนั้นเอง หลังจากนั้นเมื่อน้ำที่อยู่ในหม้อน้ำได้ถูถระบายความร้อนออกไปหรือเครื่อง ยนต์หยุดทำงาน แน่นอนว่าความร้อนย่อมลดลงและน้ำร้อนที่เคยขยายตัวก็หดตัวลงทำให้เกิดช่อง ว่างขึ้นภายใน หม้อมน้ำ เกิดเป็นศูนย์ญากาศขึ้น ก็จะมีแรงดูดไปดึงวาว์ลตัวเล็กๆที่เห็นไปดูน้ำจากหม้อพักกลับมาที่เดิมเพื่อ รักษาระดับน้ำใน หม้อน้ำ ไม่ให้น้ำขาดซึ่งจะมีปัญหาความร้อนขึ้นโดยที่เกจความร้อนของเราที่หน้าปัด เราอาจจะขึ้นหรือไม่ขึ้นก็ได้เพราะ ว่าเซ็นเซอร์ที่ใช้วัดอุณหภูมิอาจไม่สัมผัสกับน้ำ ทำให้การวัดคลาดเคลื่อนได้

จากที่ว่ามาทั้งหมดน่าจะพอเข้าใจได้บ้างว่า ฝาหม้อน้ำทำงานอย่างไร ฝาหม้อน้ำมีความสำคัญขนาดไหน ซึ่งต้องควรดูแลตรวจสอบให้อยู่ในสภาพดี ยิ่งรถใช้ไปนานๆก็อาจจำเป็นต้องตรวจสอบและสังเกตุความผิดปรกติ ของระดับน้ำที่มีการเปลี่ยนแปลงหรือแม้แต่ท่อน้ำก็สามารถบอกอะไรเราได้ ว่าเกิดสิ่งผิดปรกติขึ้นบ้าง เช่น ท่อน้ำบีบตัวลงหรือแฟบลงนั่นเอง ซึ่งนั้นอาจจะบอกเราว่าเกิดภาวะศูนย์ญากาศในระบบเราแล้ววาว์ลดูกลับอาจไม่ทำงาน และน้ำในหม้อพักน้ำมีระดับน้ำสูงกว่าปรกติ ควรแก้ไขทันทีเป็นต้นครับ

หวังเป็นอย่างยิ่งว่าเพื่อนๆพี่ๆ จะได้รับสาระดีๆจากบทความในวันนี้นะครับ เอาไว้มีอะไรดีๆผมจะนำมาเล่าสู่กันฟังอีก เรื่องดีๆ มีไว้แบ่งปันครับ ขอบคุณครับที่อ่านบทความเกี่ยวกับ ฝาหม้อน้ำทำงานอย่างไร

จนจบครับ

บทความเกี่ยวกับ ฝาหม้อน้ำทำงานอย่างไร จาก thaioverdrive โดยคุณ Ton

ฝาหม้อน้ำทำงานอย่างไร - How does Radiator Cap works?

วิธีการแก้ไข และ ซ่อมหม้อน้ำ

ถ้ากระเป๋าตังของคุณเหลือเงินน้อยหรือไม่มีและ เพื่อให้มีระดับน้ำในหม้อน้ำของคุณเพียงพอสำหรับการที่จะให้รถคุณวิ่งไปได้ คุณอาจจำเป็นต้องใช้ความสามารถที่มีอยู่ของคุณเอง คุณสามารถซ่อมแซมหม้อน้ำด้วยตัวเอง จนคุณสามารถจ่ายได้เปลี่ยนอาชีพ หากปัญหาเป็นปัญหาเล็กๆ คุณสามารถแก้ไข ซ่อมแซม หม้อน้ำรถของคุณได้อย่างง่ายดาย  เป็นการแก้ใขสถานการณ์เฉพาะหน้าในกรณีที่จำเป็นจริงๆ


มาเข้าเรื่องกันเลยดีกว่า

คำแนะนำ
  1. ค้นหาที่มาอาการของหม้อน้ำรั่ว โดยการมองหาตามขอบตะเข็บของหม้อน้ำ หรือตามรอยต่อต่างๆ คุณอาจไม่จำเป็นต้องแก้ไข ซ่อมหม้อน้ำ หรือเปลี่ยนหม้อน้ำรถของคุณก็เป็นได้ เพราะอาการรั่วอาจมาจากหนึ่งในท่อแทน เพื่อตรวจสอบเปิดกระโปรงหน้ารถและติดเครื่องยนต์ให้มันทำงานจนกว่าเครื่องจะอุ่นๆ คุณจะเห็นการรั่วไหลทันที ถ้ามันเป็นที่ท่อน้ำเข้าออก จากหม้อน้ำ ก็ซึ้อเปลี่ยนท่อยางก็เป็นอันจบ ราคาไม่แพง งบไม่บานปลาย
  2. ตรวจสอบรอบฝาหม้อน้ำสำหรับการรั่วซึม หากมีของเหลวออกมาจากปาก ก็คงจะต้องเช็คดูว่าสภาพปากหม้อน้ำยังดีอยู่หรือเปล่า ถ้าไม่ดีแล้วก็ซื้อเปลี่ยนได้เลย เพราะส่วนใหญ่แล้วตรงฝาจะมีประเกนยาง ซึ่งเมื่อมันเสื่อมสภาพแล้วก็อาจะทำให้น้ำรั่วไหลออกมาได้
  3. แก้ไขการรั่วไหลด้านนอก ถ้าหม้อน้ำรั่วที่ตะเข็บ ใช้พวกกาวซีเมน หรือที่เรียกกันว่าซีเมนเหล็ก ปะปิดรูรั่วนั้นๆ ไปก่อน แล้วมีเวลาก็นำรถเข้าอู่หรือร้านหม้อน้ำ เพื่อให้จัดการซ่อมแบบถูกวิธีและเพื่อความปลอดภัยของเครื่องของรถคุณด้วย เพราะซีเมนเหล็กมันทนได้ไม่นาน
  4. หรือใช้สารชนิดเติม เพื่อหยุดการรั่วไหลที่สามารถใช้กับน้ำยาป้องกันการแข็งตัวสำหรับการแก้ไขง่าย เพียงทำตามคำแนะนำข้างกล่องของน้ำยาที่มีกาวอุดรูรั่งนั้นๆ ของผู้ผลิต ส่วนใหญ่ของผลิตภัณฑ์จะต้องให้คุณเติมตัวน้ำยาอุดรอยรั่วลงไปแล้วขับรถไปจนกว่าเครื่องยนต์จะอุ่น
  5. ระบายหม้อน้ำถ้าคุณใช้สารเติมแต่งที่ไม่สามารถผสมกับน้ำหล่อเย็น ล้างหม้อน้ำด้วยน้ำธรรมดาและเติมน้ำพร้อมกับน้ำยากันสนิม แล้วขับไปประมาณ 80 กิโลเมตรถึงเพื่อให้ตัวน้ำยากันรั่วให้ทำงาน ระบายหม้อน้ำอีกครั้งและปล่อยให้มันแห้งออก เติมด้วยน้ำหล่อเย็นและอาการรั่วจะหมดไป (ชั่วคราว) 


คำแนะนำเพิ่มเติม:

     หากคุณพบมากของสนิมในหม้อน้ำโดยเฉพาะอย่างยิ่งภายใต้คุณอาจจำเป็นต้องเปลี่ยนมัน

     หากคุณมีท่อรั่วและวิธีการที่จะได้รับชิ้นส่วนที่ร้านไม่มีท่อห่อในเทปพันสายไฟ มันมีประโยชน์สำหรับระยะทางสั้น ๆ ตรวจสอบท่ออย่างละเอียดเพื่อให้แน่ใจว่าเทปมีการรั่วไหล

     อ่านฉลากของสารเติมแต่งเพื่อให้แน่ใจใด ๆ ว่ามันสมบูรณ์ปลอดภัยสำหรับรถของคุณ สารบางชนิดที่สามารถเกิดการอุดตันของระบบระบายความร้อนของรถ

     เสมอพกน้ำหรือภาชนะพิเศษของของเหลวหม้อน้ำ นี้จะช่วยให้คุณออกจากการจราจรติดขัดถ้าแก้ไขชั่วคราวไม่ทำงาน

     ไม่เพียงแค่เติมถังอย่างต่อเนื่องถ้าคุณสังเกตเห็นการรั่วไหล มันเสี่ยงเกินไปและมีราคาแพงเกินไปเมื่อคุณคำนวณค่าใช้จ่ายของของเหลว

     ระวังเมื่อคุณระบายน้ำหม้อน้ำ มันเป็นพิษต่อสัตว์เล็กและเด็กดังนั้นกำจัดอย่างถูกต้อง

     ทำให้มั่นใจได้ว่าเครื่องยนต์จะเย็นก่อนที่จะเปิดฝาหม้อน้ำ ถ้าคุณต้องเปิดมันเมื่อมันร้อนไปช้าและให้ความดันที่จะเปิดตัวครั้งแรก แล้วเอาฝาครอบ

วิธีเลือก ร้าน ซ่อม หม้อน้ำ ที่ไหนดี ราคาถูกๆ

ทุกวันนี้มี ร้านหม้อน้ำ มากมายกระจายอยู่ทั่วประเทศ ซึ่งก็มีทั้งที่มีฝีมือในการ ซ่อมหม้อน้ำ ที่ดี และ เลวร้ายสุดๆ

วันนี้ผมจะมาแนะนำวิธีการดูร้านซ่อมหม้อน้ำ หรือตัว ช่าง ซ่อมหม้อน้ำเอง

- อย่างแรกเริ่มที่ร้านซ่อมหม้อน้ำกันก่อนเลย ซึ่งส่วนใหญ่แล้วก็จะเป็นลักษณะ ตึกแถว หนึ่ง ถึง สองห้อง แล้วแต่ ทำเล และทุนในการเปิดร้าน ถ้าสังเกตุดีๆ มองเข้าไปในร้าน ถ้าดูสะอาดๆ (เว้อ) ก็คงจะไม่ได้ซ่อมหม้อน้ำเอง เป็นแน่ แต่ก็ไม่ใช่รกจนไม่มีทางเดินนะครับ เพราะส่วนใหญ่แล้วร้านหม้อน้ำ นั้น จะคล้ายๆกันหมด คือ ต้องทำงานกับ น้ำ น้ำกรด ตะกั่ว ฯลฯ ซึ่งสิ่งเหล่านี้แหละที่ทำให้ร้านดูไม่สะอาดสักเท่าไหร่

- ดูว่ามีปริมาณหม้อน้ำวางอยู่ในร้านเยอะมั้ย เพราะถ้าเป็นร้านที่ฝึมือดีๆ คนเอารถมาให้ซ่อมเยอะๆ ก็จะมีหม้อน้ำวางเรียงกันเป็นแถวๆ อยู่บนชั้นบ้าง วางตามพื้นบ้าง พิงฝาผนังบ้าง ทั้งที่เป็นรังผึ้งหม้อน้ำ เก่าและรังผึ้งหม้อน้ำใหม่

- มาถึงตัวช่าง ส่วนใหญ่แล้วช่างหม้อน้ำขั้นเทพทั้งหลายก็จะแต่งตัว ดูยังไงก็ช่างหม้อน้ำครับ เป็นเอกลักษณ์ ถึงไม่ได้หล่อ แต่เทพจริง ลากรองเท้าแตะทุกคน ไม่เชื่อผมลองสังเกตุดูได้ ไม่มีการใส่รองเท้าผ้าใบกันครับ ไม่กลัวร้อน ยิ่งถ้าพวกชำนาญการมากๆ ถุงมือก็ไม่ต้องครับ ทำจนไม่รู้จักคำว่าร้อนแล้วครับ

- มาถึงยี่ห้อหม้อน้ำ ซึ่งก็มีหลากหลายยี่ห้อ ก็แล้วแต่ว่าแต่ละร้านหม้อน้ำนั้นๆ จะนำหม้อน้ำยี่ห้อไหนมาขาย ส่วนทางร้านซ่อมหม้อน้ำของร้านที่ผมรู้จักนั้น จะใช้รังผึ้งของหม้อน้ำยี่ห้อ CPS เป็นหลัก ซึ่งเป็นลักษณะรังผึ้งหม้อน้ำแบบพิเศษกว่าคนอื่นเขา เพราะเคลือบดีบุกทั้งในท่อน้ำและนอกท่อ ซึ่งทำให้อายุการใช้งานของหม้อน้ำนั้นยาวนานขึ้น แข็งแรง ทนการกัดกร่อนได้อย่างดีเยี่ยม ผมชอบ ส่วนยี่ห้ออื่นๆก็พอใช้ได้ ก็จะราคาย่อมลงมาหน่อยตามคุณภาพของหม้อน้ำครับ

- ส่วนเรื่องราคาหม้อน้ำนั้น ก็คงแล้วแต่ว่าจะเจอช่างหม้อน้ำขาโหดประจำถิ่นหรือไม่ครับ แต่ส่วนใหญ่แล้วก็หลักพันครับ สำหรับรถยนต์อย่างเราๆ ถ้าไม่ใช่พวกรถใหญ่ ยังไม่ก็ไม่มีการแตะ 5 หลักแน่นอน ส่วนเพื่อนๆพี่ๆ ไม่เคยลองมัวแต่เข้าศูนย์แล้วก็โดนฟันใบเป็นหมื่น ผมก็แนะนำให้มาลองกันได้ครับ ร้านยิ่งใหญ่ยิ่งดีครับ เพราะ อุปกรณ์ต่างๆจะพร้อมและอีกอย่าง ร้านใหญ่ได้แสดงว่าผลงานต้องดี ถึงขยายร้านจนใหญ่โตได้ครับ

ท้ายนี้ก็หวังเป็นอย่างยิ่งว่า บทความด้านบนนี้จะช่วยให้ท่านได้มีโอกาสเลือกร้านที่ดีที่สุดสำหรับ ท่านทั้งหลายแล้วกันนะครับ

รับซ่อมออยล์คูลเลอร์ ที่ไหนดี แบบไหนดี

รับซ่อมออยล์คูลเลอร์ ที่ไหนดี แบบไหนดี

อันเป็นที่รู้กันในกลุ่มของบริษัทที่รับบริการด้านซ่อมบำรุงออยล์คูลเลอร์แอร์สกรูตามโรงงาน หรือนิคมอุตสาหกรรม ว่างานซ่อมบำรุงออยล์คูลเลอร์ หรือ แอร์คูลเลอร์ ของเครื่องปั้มลมนั้นมีสอง ถึงสามแบบด้วยกัน คือ
1.การตัดและเชื่อมปิดรูทิ้งด้านนอกไปเลย
2.การตัดเปิดแท๊งค์แล้วเชื่อมปิดรูด้านในแล้วค่อยเชื่อมปิดแท๊งค์กลับเหมือนเดิม
3.เปลี่ยน รังผึ้ง ออยล์คูลเลอร์ หรือ แอร์ใบนั้นไปเลย โดยใช้โครงสร้างเดิม
4.เปลี่ยนออยล์คูลเลอร์ใบใหม่เลยทั้งลูก แต่ยังคงไว้ซึ่ง ขนาดและตำแหน่งยึดต่างๆ

ด้วยวิธีการข้างต้นนี้ แต่ละอย่างก็มีข้อดี ข้อด้อย ต่างๆกัน ดังนี้

1.การตัดและเชื่อมปิดรูทิ้งด้านนอกไปเลย

 สำหรับวิธีนี้ถือว่าเป็นวิธีซ่อมออยล์คูลเลอร์ที่ง่ายและเร็วที่สุด ตามร้านซ่อมทั่วๆไปก็จะใช้วิธีนี้กันเป็นส่วนใหญ่เพราะง่าย เร็ว และปัญหารั่วซึมน้อย ไม่ต้องเสียเวลามากในการซ่อม ทำให้ส่งงานได้ค่อนข้างเร็วมาก แต่ว่าปัญหาหนึ่งอย่างคือ ความสวยงามของงานจะหายไปเลย ดังภาพด้านล่างนี้


งานซ่อมออยล์คูลเลอร์แบบง่าย
งานซ่อมออยล์คูลเลอร์แบบง่าย
งานซ่อมออยล์คูลเลอร์แบบง่าย
งานซ่อมออยล์คูลเลอร์แบบง่าย ภาพขยาย
ในตัวอย่างด้านบนนี้เป็นออยล์คูลเลอร์ที่เป็นลักษณะที่เขาเรียกกันว่า ออยล์แอร์ ซึ่งข้างหนึ่งเป็นออยล์คูลเลอร์ และอีกข้างหนึ่งเป็นแอร์คูลเลอร์ ดังภาพจะเห็นได้ว่ามีการตัดซ่อมแบบง่ายๆดังที่ได้กล่าวไปแล้วข้างต้น ซึ่งก็คงไม่ต้องบรรยายอะไรเพิ่มเติมมากมัก และเป็นงานที่ทางบริษัทไม่ทำ


2.การตัดเปิดแท๊งค์แล้วเชื่อมปิดรูด้านในแล้วค่อยเชื่อมปิดแท๊งค์กลับเหมือนเดิม

ส่วนงานซ่อมลักษณะนี้คือการเช็ครั่วก่อนเพื่อหาตำแหน่งในการตัดแท๊งค์ หรือหลายๆท่านเรียกว่าฝา เพื่อจะตัดให้น้อยที่สุด ปะปิดรูทั้งสองด้าน เพื่อปิดรอยรั่วนั้นๆ และเชื่อมแท๊งค์กลับที่เดิม ข้อดีคือสภาพงานยังคงสวยงามเหมือนเดิม และยังคงสมบูรณ์แบบ แต่งานแบบนี้ต้องใช้เวลามากทั้งตัดต่อเชื่อม และถ้าซ่อมแล้วเกิดรั่วอีก ก็ต้องผ่าออกมาซ่อมใหม่ จึงทำให้ต้องใช้เวลานานขึ้นในการทำ อาจจะเป็น 1 - 2 วันในการซ่อมออยล์คูลเลอร์แบบนี้ แต่ผลลัพธ์ที่ได้ก็น่าจะเป็นที่พอใจกว่าสำหรับ มุมมองของลูกค้า เพราะว่างานยังคงสภาพเดิม ไม่มีการตัดแป๊ปน้ำมันออกเหมือนกับแบบที่ 1 ด้านบน

ตัวอย่างภาพงานด้านล่างนี้ เป็นงานซ่อมออยล์คูลเลอร์และแอร์คูลเลอร์


งานซ่อมออยล์คูลเลอร์แบบของทางบริษัท ชลประสิทธิ์ กรุ๊ป จำกัด
งานซ่อมออยล์คูลเลอร์แบบของทางบริษัท ชลประสิทธิ์ กรุ๊ป จำกัด


3.เปลี่ยน รังผึ้ง ออยล์คูลเลอร์ หรือ แอร์ใบนั้นไปเลย โดยใช้โครงสร้างเดิม

 งานในแบบนี้จะต้องเป็นบริษัทที่ผลิตออยล์คูลเลอร์ได้ เช่น บริษัท ชลประสิทธิ์ กรุ๊ป จำกัด เป็นบริษัทที่รับบริการซ่อมในแบบที่ สอง และ ถ้าใบที่ซ่อมไม่ได้ก็จะเป็นรังผึ้ง อย่างเดียวไม่ต้องทำใหม่ทั้งใบก็ได้ เพื่อจะประหยัดงบในการซ่อมบำรุง ซึ่งงานก็จะเป็นงานใหม่ เพราะเปลี่ยนรังผึ้งออยล์คูลเลอร์ใหม่ไปเลย โดยที่ยังใช้โครงสร้างเดิม เปลี่ยนเฉพาะรังผึ้งอย่างเดียว ดังภาพด้านล่างนี้

งานซ่อมแบบเปลี่ยนรังผึ้งออยล์คูลเลอร์ และใช้โครงสร้างเดิม
งานซ่อมแบบเปลี่ยนรังผึ้งออยล์คูลเลอร์ และใช้โครงสร้างเดิม

4.เปลี่ยนออยล์คูลเลอร์ใบใหม่เลยทั้งลูก แต่ยังคงไว้ซึ่ง ขนาดและตำแหน่งยึดต่างๆ 

ส่วนแบบสุดท้ายนี้เป็นงานสร้างใหม่ให้เหมือนของเดิม ดังตัวอย่างงานด้านล่างนี้

งานสร้างออยล์คูลเลอร์ใบใหม่ตามแบบ 1
งานสร้างออยล์คูลเลอร์ใบใหม่ตามแบบ 1

งานสร้างออยล์คูลเลอร์ใบใหม่ตามแบบ 2
งานสร้างออยล์คูลเลอร์ใบใหม่ตามแบบ 2
 สรุปแล้ว งานแต่ละชนิดก็จะให้ผลลัพธ์ที่แตกต่างกันออกไป ขึ้นอยู่กับงบประมาณ ระยะเวลาที่มี และ ความพึงพอใจในรูปลักษณะ ที่ต้องการ

บทความดีๆจาก ชลประสิทธิ์ กรุ๊ป

สนใจติดต่อสอบถามได้ที่
038 272 646
หรือ email: marketing@ccrthailand.com
หรือแวะชม website บริษัทก่อนตัดสินใจได้ที่
http://www.ccrthailand.com หรือ http://www.chonprasitgroup.com

“ทดลองขับ“ อย่างไร เมื่อต้องซื้อรถใหม่ทั้งที

“ทดลองขับ“ อย่างไร เมื่อต้องซื้อรถใหม่

  ทุกวันนี้คนจำนวนมีความต้องการที่จะซื้อรถยนต์ กันมากมาย แต่อย่างที่เราเคยบอกเพื่อนๆไปแล้วครับว่า การที่เราจะเลือกรถถูกใจได้นั้น เราจำเป็นที่จะต้องลองให้มันรู้กันไป ไม่ใช่เพียงฟังมาเขาเล่าว่า หากแต่การลองขับคือหนทางที่ดีสุดของขั้นสุดท้าย ก่อนที่คุณจะตัดสินใจซื้อรถสักคัน
                ในบ้านเราคงจะยังมีคนจำนวนน้อยมากที่ขอ "ทดลองขับ" รถยนต์รุ่นต่างๆที่วางจำหน่ายอยู่มากมาย ทั้งที่เป็นสิทธิของผู้บริโภคที่สามารถพึงกระทำได้ ไม่ว่าจะรถใหม่หรือมือสองเอง ก็ตามแต่ที่เรารู้สึกว่าคนไม่กล้านั้น อาจจะเหตุด้วยความกลัวว่าจะเกิดความเสียหายหรือไม่ ก็ไม่ทราบว่า การเอารถไปทดลองขับเพื่อประกอบการตัดสินใจ จะต้องทำอย่างไร บ้างและวันนี้ เราก็มี เคล็ดลับเล็กๆมาฝากกัน

“ทดลองขับ“ อย่างไร เมื่อต้องซื้อรถใหม่ 

1.อย่ากลัวที่จะลอง  ข้อแรกที่สำคัญก็คงต้องเป็นการที่จะต้องมีความแน่วแน่และกล้าที่ จะทดลองขับ แน่นอน หลายคนคงไม่ใช่นักทดสอบรถที่โดดขึ้นคันนี้ขับคันนั้นอย่างมืออาชีพ แต่แม้คุณจะเป็นมือใหม่สิ่งที่ต้องทำคือกล้าที่จะลอง จริงอยู่มันอาจจะมีความเสี่ยงในการก่อให้เกิดความเสียหาย แต่ถามจริง มีใครอยากขับรถไปชนบ้าง.. ดังนั้นสิ่งที่ต้องจำคือเมื่ออยู่หลังพวกมาลัยรถทดสอบ ต้องหูตาว่องไว และพยายามอย่าเกร็งในการขับขี่  และถ้าไม่มั่นใจ ลองชวนเพื่อนที่มีประสบการณ์ในการขับขี่ไปกับคุณ
2. ทำการบ้านก่อน  การ ไปขอลองขับรถยนต์เพื่อประกอบการตัดสินใจนั้น สิ่งที่สำคัญ คือคุณควรทำการบ้านมาก่อน ทั้งในแง่เครื่องยนต์ และลักษณะของตัวรถเอง เพื่อทำความเข้าใจธรรมชาติที่น่าจะเกิดขึ้น และการขับทดลองรถนั้น ก็จะทำให้เราได้คำตอบ วิธีง่ายๆคือ คุณลองทำรายการสิ่งที่คุณอยากรู้เกี่ยวกับรถที่จะไปลองขับดูสัก 5-8 ข้อ และไม่ใช่ในแง่ของสมรรถนะเท่านั้น แต่ยังรวมถึงองค์ประกอบอื่นๆเช่นภายนอก ภายในห้องโดยสาร และสิ่งที่สำคัญ คือ โจทย์ที่จะตอบในการใช้งานของคุณ

3 เมื่ออยู่หลังพวงมาลัย การลองขับรถสิ่งที่สำคัญส่วนใหญ่นั้นอยู่ที่ตัวคุณเองและรถคันที่คุณเลือก เมื่อได้ขึ้นไปยู่หลังพวงมาลัยแล้ว สิ่งที่สำคัญต่อมาคือ การดูว่ามันเข้ากับคุณหรือไม่ ...
        การที่เราจะรู้ว่ารถเข้ากับเราหรือไม่ เป็นประโยคที่ฟังดูง่าย เนื่องจากเรามีความต้องการอยู่เป็นทุนเดิมอยู่แล้ว แต่เราอยากให้ลองมองลึกกว่านั้น  หลังจากที่คุณได้ปรับท่านั่งที่เหมาะสมตั้งแต่
-เริ่มตั้งแต่รถใหญ่ไปสำหรับคุณหรือไม่
- เมื่อลองนั่งในท่าที่เหมาะสมแล้วยังมีมุมอับของตัวรถหรือไม่
- รถมีทัศนวิสัยด้านหน้า -หลัง และข้าง เป็นเช่นไร
-เราสามารถปรับแต่สิ่งอื่นๆเพิ่มเติมเพื่อความเหมาะสมกับสรีระของเราได้หรือไม่ เช่น พวงมาลัยยืด เข้า-ออกได้ หรือปรับสูงต่ำได้
- ท้ายสุดดูสิว่า เมื่อเรานั่งถูกต้องแล้ว ยังขับขี่ได้สะดวกหรือไม่
นอกจากด้านหน้าแล้ว เรายังคงต้องมองถึงด้านหลังของตัวรถด้วยในพื้นที่ใช้งานต่างๆ เช่น ถ้าคุณมีผู้โดยสารตอนหลังบ่อย ลองขึ้นไปลองนั่งดูด้วยตัวเอง น่าจะได้คำตอบมากกว่า

4.ได้เวลาออกถนน  เมื่อเราได้เวลาที่เหมาะสมในการลองขับขี่รถที่เหมาะสม จำไว้ว่าจงทิ้งความชอบและอคติต่อรถออกไป และขับขี่มันอย่างเป็นกลางเหมือนไม่เคยรู้จักกันมาก่อน การขับขี่ เพื่อทดลองรถนั้น คือโอกาส ที่คุณจะสัมผัสความรู้สึก จงจำและเก็บไว้ตัดสินใจ
                ตามปกติ เซลล์มักไม่ค่อยชอบใจนักที่ต้องพาคุณมาลองขับ ในแง่หนึ่งคือเสียเวลา และมีความเสี่ยง ประกอบกับสินค้าจะเผยธาตุแท้เมื่อให้มีการทดลองใช้ เรียกว่าดีไม่ดีก็โผล่กันมาตรงนั้นนั่นแหละ แต่นี่คือโอกาสของคุณแล้วในการตอบโจทย์ให้ตัวเอง
                หลายครั้งเราพบว่าหลายคนได้ทดลองขับ แต่ ทดลองขับในสถานที่ซึ่งเป็นสถานที่เปิดและเป็นกลยุทธ์ของโชว์รูมบางแห่ง ซึ่งการทดลองขับในสภาวะการใช้งานจริงท่ามกลางการจราจรนั้น ถือเป็นสิ่งที่มีความสำคัญกว่าอย่างมาก โดยเฉพาะในแง่ของการตอบโจทย์ในลักษณะสภาวะแวดล้อมจริง แต่งหมดจำไว้ว่า "อย่าเอามันส์เอาความรู้สึก" เพราะคุณอาจจะขับเก่งแต่นี่ไม่ใช่รถของคุณ ..ข้อนี้สำคัญมาก
                เมื่อออกสู่ถนนอย่าไปเกรงใจเซลล์ คุณควรจะลองสิ่งที่สำคัญต่างๆ ซึ่งเราได้ทำรายการมาให้คุณแล้ว
                1.อัตราเร่ง และพละกำลังในทางชัน รวมถึงอัตราเร่งขณะเร่งแซง
                2.เสียงรบกวนจากภายนอกและการเก็บเสียงภายในห้องโดยสาร
                3.ความแม่นยำของพวงมาลัย และความคล่องตัวของรถ
                4.อัตลักษณ์ของระบบกันสะเทือนและการให้ความรู้สึกในการขับขี่และการเข้าโค้ง
                5.ความรู้สึกของระบบห้ามล้อ
ถ้าดูจากทั้ง 5  ข้อที่เราได้ทำมาให้นี้จะเห็นว่า ทั้งหมด เป็นสิ่งที่เราต่างทำกันอยู่ทุกวัน และการที่เรา มาทดลองขับก็อย่าขับแค่เพียงรอบๆโชว์รูม  แต่ให้คุณขับจนเข้าถึงความรู้สึกของรถโดยรวมคือ "พอ" และอย่าหลอกตัวเองระหว่างการทดลองขับ
            แน่นอนว่า คงไม่ได้บ่อยนักที่คุณจะต้อสินใจซื้อรถและได้ลองขับมันอย่างจริงจัง แต่ถ้าวันนี้ คุณมีโอกาสซื้อรถใหม่ เราอยากแนะนำว่า ให้ลองไปทดลองขับ ดู เพราะมันจะตอบโจทย์คุณได้ดีที่สุดว่า สรุป มันเหมาะกับคุณจริงๆหรือไม่ ...

“ทดลองขับ“ อย่างไร เมื่อต้องซื้อรถใหม่

 บทความดีๆจาก sanook.com

โตโยต้า พีอุส Toyota PRIUS TRD Sportivo ใหม่

 โตโยต้า พีอุส Toyota PRIUS TRD Sportivo ใหม่

 สัมผัสเทรนด์ใหม่แห่งการขับขี่ Toyota PRIUS TRD Sportivo ที่ผสานเทคโลยีอัจฉริยะและดีไซน์อย่างลงตัว ภายนอกใหม่ โดดเด่น มีสไตล์ในทุกมุมมองกับชุดแต่ง TRD Sportivo รอบคัน
- สเกิร์ตกันชนหน้าใหม่ ดีไซน์โฉบเฉี่ยว สะกดทุกสายตา
- สเกิร์ตกันชนหลังใหม่ ดีไซน์สปอร์ต ลงตัวทุกสัดส่วน
- ล้ออัลลอยลายใหม่ แบบ Smoke Chrome คม เข้ม เร้าใจ ขนาด 16นิ้ว พร้อมยางขนาด 205/55/R16
- เท่ห์ด้วย สัญลักษณ์ "TRD Sportivo" ในด้านข้าง และ ด้านหลัง

โตโยต้า พีอุส Toyota PRIUS TRD Sportivo ใหม่

Toyota PRIUS TRD Sportivo ใหม่ รูปที่ 1
Toyota PRIUS TRD Sportivo ใหม่ ด้านหน้า
ภายในใหม่…หรูหราเต็มขั้น สไตล์สปอร์ต
- เบาะหนังสีดำใหม่… สปอร์ตหรู ตอบรับรสนิยมในตัวคุณ
- พรมปูพื้นลายพิเศษพร้อมสัญลักษณ์ TRD Sportivo … บ่งบอกเอกลักษณ์เฉพาะตัว
- ชุดเครื่องเสียงใหม่…เพลิดเพลินตลอดการเดินทางกับ เครื่องเล่น DVD/CD/MP3/WMA หน้าจอสัมผัส

โตโยต้า พีอุส Toyota PRIUS TRD Sportivo ใหม่

Toyota PRIUS TRD Sportivo ใหม่ รูปที่ 2
Toyota PRIUS TRD Sportivo ใหม่ มุมด้านหลัง
พร้อมช่องเสียบอุปกรณ์ USB สามารถเชื่อมต่อ Smart Phone และรองรับบริการพิเศษจาก Toyota Smart G-BOOK

 โตโยต้า พีอุส Toyota PRIUS TRD Sportivo ใหม่

Toyota PRIUS TRD Sportivo ใหม่ รูปที่ 8
Toyota PRIUS TRD Sportivo ใหม่ คอนโซล
โดดเด่นด้วยสีภายนอก 3 สี…White Pearl Crystal** / Attitude Black Mica / Red Mica Metallic
Toyota PRIUS TRD Sportivo ใหม่ รูปที่ 3
Toyota PRIUS TRD Sportivo ใหม่ ไฟหน้า
ราคา Toyota PRIUS TRD Sportivo 1,269,000 บาท (**สำหรับสี White Pearl Crystal ราคาเพิ่มอีก 10,000บาท)
Toyota PRIUS TRD Sportivo ใหม่ รูปที่ 4
Toyota PRIUS TRD Sportivo ใหม่ ท้ายรถ
สัมผัส PRIUS TRD Sportivo ใหม่ วันนี้ ที่โชว์รูมผู้แทนจำหน่ายโตโยต้า 352 แห่ง ทั่วประเทศ

โตโยต้า พีอุส Toyota PRIUS TRD Sportivo ใหม่
Toyota PRIUS TRD Sportivo ใหม่ รูปที่ 5
Toyota PRIUS TRD Sportivo ใหม่ ด้านข้าง
Toyota PRIUS TRD Sportivo ใหม่ รูปที่ 6
Toyota PRIUS TRD Sportivo ใหม่ ล้อแม็กซ์
Toyota PRIUS TRD Sportivo ใหม่ รูปที่ 7
Toyota PRIUS TRD Sportivo ใหม่ ภายใน
-------------------------------------
โตโยต้า พีอุส Toyota PRIUS TRD Sportivo ใหม่ mthai.com

เผยต้นกำลังใหม่ Chevrolet Corvette จัด 449 แรงม้า ใน V8

เผยต้นกำลังใหม่  Chevrolet Corvette จัด 449 แรงม้า ใน V8

 กำลังจะออกมาเปิดเผยตัวตนอย่างเป็นทางการแล้วสำหรับรถยนต์ สปอร์ตชั้นนำรุ่นใหม่ของค่ายรถยนต์โบว์ไทน์ ที่มีกำหนดการในการเปิดตัวช่วงปีหน้าอย่างเป็นทางการในงาน  Detroit Auto Show 2013 และล่าสุดมันก็มีรายละเอียดเพิ่มเติม โดยเฉพาะในเรื่องของขุมพลังที่พัฒนาขึ้นมาใหม่

                ด้วยความเป็นรถยนต์ที่ทรงสมรรถนะสุง ทำให้  Chevrolet ต้องมุ่งมั่นในการพัฒนารถยนต์สปอร์ตรุ่นใหม่อย่าเป็นทางการ และในครั้งนี้  Chevrolet Corvette  จะกลับมาพร้อมเครื่องยนต์ V8 ขนาด 6.2 ลิตร ที่ใช้ชื่อรหัสว่า  LT 1 โดยเบื้องต้นมีการเปิดเผยว่ามันจะมีกำลังสูงสุดถึง 449 แรงม้า จากโรงงาน และให้กำลังแรงบิดสูงสุดถึง 610 นิวตันเมตร สามารถทำสถิติ 0-100 ก.ม./ช.ม. ได้ในเวลาต่ำกว่า 4 วินาที แต่ยังไม่มีการเปิดเผยรายละเอียดอื่นๆออกมาอย่างเป็นทางการ

Chevrolet Corvette Engine
New Chevrolet Corvette Engine

                นาย แซม ไวน์ การ์เนอร์ รองประธานฝ่ายวิศวกรรมเครื่องยนต์สากลของ Chevrolet เปิด เผยว่า รถยนต์  corvette  รุ่นใหม่ จะแสดงความแตกต่างในตลอดประวัติศาสตร์ที่ยาวนานถึง 60 ปีของรถยนต์รุ่นนี้ ด้วยการยกระดับไปสู่ การพัฒนาเครื่องยนต์บล็อกเล็กให้ทรงพลังมากยิ่งขึ้น แล้วมันจะเป็นเครื่องยนต์ที่ยอดเยี่ยมที่สุดตลอดการ
                เครื่องยนต์รุ่นใหม่นี้นับเป็นครั้งแรกที่มีการพัฒนาต้นกำลังแบบ  V8 ในยุคใหม่ โดยเครื่องยนต์ใหม่นี้มาพร้อมระบบจ่ายน้ำมันแบบฉีดตรงหรือ  Direct injection  โดยนอกจากการจ่ายน้ำมันที่เป็นเอกสิทธิ์ล่าสุดของ  Chevrolet  แล้ว ยังมีระบบจัดการการจ่ายน้ำมันใหม่ล่าสุด ที่สามารถปรับเครื่องยนต์แบบ 8 สุบ ให้ทำงานแบบ 4 สูบได้ และเมื่อต้องการอัตราเร่ง มันก็สามารถกลับมาทำงานได้เหมือนเดิม ขึ้นอยู่กับสภาพในการขับขี่
                ด้วยเทคโนโลยีใหม่ล่าสุดนี้   Chevrolet เปิดเผยว่า Chevrolet Corvette ใหม่ จะให้ความประหยัดน้ำมันสูงสุดมากถึง 31.8 ไมล์ต่อแกลลอน หรือประมาณ 13.3 กิโลเมตร/ลิตร
                ทั้งนี้แม้จะยังไม่มีการเปิดเผยอย่างเป้นทางการ แต่ สื่อในอังกฤษ Auto Express เชื่อว่ เจ้าสปอร์ตกล้ามโตรุ่นใหม่ของ เชฟวี่ จะมีราคาจำหน่ายอยู่ที่ราวๆ 55,000 ปอนด์ และแน่นอนว่ มันต้องมีเวอรืชั่นเปิดประทุนตามออกมาในราคาราวๆ 62,000 ปอนด์ ซึ่งถือว่าเป็นราคาที่ถูกมาก เมื่อเทียบว่ารถรสปอร์ตรุ่นนี้ต้องแข่งกับ รุ่นน้อง  Jaguar   F- Type  ที่มาพร้อมเครื่องยนต์ขนาด 3.0 ลิตร  V6

  จาก sanook.com

อินเตอร์คูลเลอร์ เอาไว้ทำอะไรครับ คืออะไร ติดตั้งได้ที่ไหน?

อินเตอร์คูลเลอร์ เอาไว้ทำอะไรครับ คืออะไร ติดตั้งได้ที่ไหน?

ในปัจจุบันนี้ หลายๆค่ายรถยนต์ก็ได้มีการโฆษณารถตัวเองว่า มีแรงเยอะ เพราะติดตั้งเทอร์โบ ตัวแรงๆไว้ให้เรียบร้อย แถมมาพร้อมกับ อินเตอร์คูลเลอร์ แล้วอินเตอร์คูลเลอร์
เป็นส่วนจำเป็นสำหรับทำให้รถแรงขึ้นขนาดนั้นเลยหรือ และทำไมมันถึงมีส่วนทำให้เครื่องแรงขึ้น แล้วที่มีอยู่แล้วสมควรเปลี่ยนใหม่หรือไม่ เอาแบบใหญ่ไปเลยดีไหม ใจเย็นครับเรามารู้จัก
รูปแบบและหน้าที่การทำงานของมันก่อนดีกว่า ก่อนที่ท่านทั้งหลายจะต้องเสียใจกับการเสียตังไปเยอะแล้วไม่ได้ดั่งใจ เพราะว่าบางครั้งการติดตั้งอินเตอร์คูลเลอร์ และ อาฟเตอร์คูลเลอร์ที่ใหญ่เกินกำลังเครื่องนั้นก็ส่งผลเสียเหมือนกัน ไม่ได้แรงอย่างที่คิด เหมือนที่ผู้รู้หลายๆท่านจะบอกว่าต้องรอรอบ ฯลฯ

อินเตอร์คูลเลอร์( INTER COOLER ) หรือหลายๆท่านรู้จักกันในชื่อ อัฟเตอร์คูลเลอร์ ( AFTER COOLER ) ทั้งอินเตอร์คูลเลอร์และอาฟเตอร์คูลเลอร์เป็นหนึ่งในฮีทเอ็กเชนเจอร์ HEAT EXCHANGER แปลว่า ตัวแลกเปลี่ยนความร้อน ส่วนใหญ่สำหรับงาน อินเตอร์คูลเลอร์ และ อาฟเตอร์คูลเลอร์ แล้วก็จะเป็นวัสดุอลูมิเนียมล้วนๆ หน้าที่ของ อินเตอร์คูลเลอร์ และ อาฟเตอร์คูลเลอร์ คือ ระบายความร้อนของไอดีที่ถูกอัดมาจาก เทอร์โบชารจ์เจอร์ซึ่งมีความร้อนสูงให้เย็นตัวลง อากาศที่มีความร้อนสูงตามหลักฟิสิกส์ จะมีมวลอากาศน้อยความหนาแน่นต่ำ นั่นหมายความง่ายๆคืออากาสที่เข้าไปในเครื่องมีปริมาณน้อยกว่าที่มันควรจะเป็น ซึ่ง อากาศที่เย็นมวลอากาศจะมากความหนาแน่นสูงกว่า สังเกตุจากเวลาอากาศเย็นๆรถจะวิ่งดีขึ้น เจ้าอินเตอร์คูลเลอร์ และ อาฟเตอร์คูลเลอร์ นี่แหละจะคอยช่วยระบายความร้อน ของไอดีที่มีอุณหภูมิสูงให้ลดลงมวลไอดี ซึ่งจะทำให้อากาจะมีความหนาแน่นมากขึ้น จึงทำให้มีปริมาณอากาศเข้าเครื่องมากขึ้น การเผาไหม้ดีขึ้น เครื่องยนต์มีพลังมากขึ้น แรงขึ้น


ทฎษฎี เกี่ยวกับ อินเตอร์คูลเลอร์ และ อาฟเตอร์คูลเลอร์ 

 อากาศที่ถูกอัดจากเทอร์โบจะมีความร้อนสูง เนื่องมาจากโมเลกุลของอากาศผ่านการเสียดสี กับกังหันเทอร์โบด้วยความเร็วสูงเมื่ออัดเข้าสู่ท่อไอดีแรงดันของอากาศจะทำ ให้โมเลกุล
เกิดการกระทบกันอีกความร้อนจะเพิ่มสูงมาก จากอุณหภูมิปกติ 35 – 45 องศาจะสูงขึ้นเป็น 90 – 120 องศา และทุกๆ 1องศาของอุณหภูมิที่เพิ่มขึ้น จะมีผลทำให้อุณหภูมิไอเสีย
เพิ่มขึ้นอีก 3 องศา ( ลองคำนวณดูครับว่าน่ากลัวขนาดไหน ) ดังนั้นอินเตอร์คูลเลอร์ และ อาฟเตอร์คูลเลอร์ จะทำหน้าที่ลดความร้อนไอดีให้กลับมาที่อุณหภูมิปกติ ใน อินเตอร์คูลเลอร์ และ อาฟเตอร์คูลเลอร์ ที่ดีน่าจะลดความร้อนให้กลับมาอยู่ที่ 20- 50 องศา การลดความร้อนที่ดีขึ้นอยู่กับ การเลือกใช้ อินเตอร์คูลเลอร์ และ อาฟเตอร์คูลเลอร์ การติดตั้งอินเตอร์คูลเลอร์ และ อาฟเตอร์คูลเลอร์ และคุณภาพของอินเตอร์คูลเลอร์ และ อาฟเตอร์คูลเลอร์ ที่นำมาติดตั้ง และที่สำคัญอีกอย่างคือขนาดของอินเตอร์คูลเลอร์ และ อาฟเตอร์คูลเลอร์ ที่เหมาะสมกับตัวเครื่องด้วย


ชนิดของอินเตอร์คูลเลอร์ และ อาฟเตอร์คูลเลอร์ มี 2 แบบคือ

1. อินเตอร์คูลเลอร์ และ อาฟเตอร์คูลเลอร์ แบบแลกเปลี่ยนถ่ายเทความร้อนด้วยน้ำ จะอาศัยน้ำหล่อเย็นจากตัว หม้อน้ำ เครื่องยนต์ หรือมี หม้อน้ำ แยกโดยมีปั้มน้ำทำหน้าที่ปั้มน้ำจากหม้อหล่อเย็นมาระบายความ ร้อนที่ อินเตอร์คูลเลอร์ และ อาฟเตอร์คูลเลอร์ แบบนี้เหมาะกับประเทศเมืองหนาวที่ไม่ต้องการให้อุณหภูมิการเผาไหม้ เย็นเท่าไหร่ และในรถแข่งขันระยะสั้นที่ใช้วิธีเอาน้ำเย็นหรือน้ำแข็งใส่ถังไว้แล้วนำ อินเตอร์คูลเลอร์ และ อาฟเตอร์คูลเลอร์ แช่ไปเลย เพื่อได้อุญหภูมิอากาศต่ำที่สุดพร้อมกับได้ปริมาณอากาศหนาแน่นมากที่สุดเท่าที่ทำได้

2. อินเตอร์คูลเลอร์ และ อาฟเตอร์คูลเลอร์ แบบระบายความร้อนด้วยอากาศ คืออาศัยอากาศที่ผ่านมาปะทะตัว อินเตอร์คูลเลอร์ และ อาฟเตอร์คูลเลอร์ เพื่อระบายความร้อน เหมาะกับเมืองร้อนที่ต้องการอุณหภูมิต่ำเช่นเมืองไทยเรานี่เอง


อินเตอร์คูลเลอร์ และ อาฟเตอร์คูลเลอร์
อินเตอร์คูลเลอร์ และ อาฟเตอร์คูลเลอร์ CPS


การติดตั้งอินเตอร์คูลเลอร์ และ อาฟเตอร์คูลเลอร์

 แบบระบายความร้อนด้วยน้ำส่วนใหญ่แล้วอินเตอร์คูลเลอร์ และ อาฟเตอร์คูลเลอร์ จะติดตั้งติดกับตัวเครื่องยนต์ และติดตั้งหม้อหล่อเย็น
ไว้ ด้านหน้ารถเพื่อใช้อากาศระบายความร้อน แบบนี้มีผลดีครับเพราะท่อไอดีมีขนาดสั้น บูชจะมาไวลดอาการเทอร์โบแร็ค แบบระบายความร้อนด้วยอากาศส่วนใหญ่ อินเตอร์คูลเลอร์ และ อาฟเตอร์คูลเลอร์ จะติดตั้งด้านหน้ารถ หรือ ติดกับเครื่องยนต์ แล้วเจาะฝากระโปรงรถให้เกิดช่องรับลม แบบนี้ไม่ต้องดูแลมาก เหมาะกับเมืองร้อน ต้องติดตั้งให้อากาศสามารถมาปะทะ อินเตอร์คูลเลอร์ และ อาฟเตอร์คูลเลอร์ ได้ง่าย มีสิ่งกีดขวางน้อยที่สุด และต้องไม่ไปกีดขวางการระบายความร้อนของ หม้อน้ำ และรังผึ้งแอร์ จนทำให้ความร้อนเครื่องยนต์เพิ่มสูงขึ้น และแบบอินเตอร์คูลเลอร์ และ อาฟเตอร์คูลเลอร์ ที่ติดตั้งบนฝากระโปรงส่วนใหญ่จะ มีช่องดักอากาศ ( SCOOP ) แบบนี้มีผลดีเพราะติดตั้งง่าย ท่อไอดีสั้นบูชมาไว แต่การติดตั้งอินเตอร์คูลเลอร์ และ อาฟเตอร์คูลเลอร์ ต้องคำนึงถึงรูปแบบอากาศพลศาสตร์ของรถแต่ละรุ่นด้วยเพราะรถ ส่วนใหญ่แล้ว
จะออกแบบให้อากาศที่ชนฝากระโปรงหน้าขึ้นข้ามหลังคาไปเลย เพื่อลดฝุ่น หิน ดิน และแมลงมาชนกระจกหน้ารถ มีโอกาสที่ลมจะไม่เข้าสคูปเลยก็เป็นไปได้


การเลือกซื้ออินเตอร์คูลเลอร์ และ อาฟเตอร์คูลเลอร์ 

 อินเตอร์คูลเลอร์ และ อาฟเตอร์คูลเลอร์ที่ขายๆกันมีให้เลือกอยู่มากมายหลายยี่ห้อ
หลายแบบโดยมี 2 แบบใหญ่ๆ คือแบบ ท่อเชื่อม
( WELDED OR EXTRUDED TUBE )แบบนี้จะมีโครงสร้าง
โดยใช้ท่ออลูมิเนียมมาเสียบกับจานซึ่งเป็นจานปั้มขึ้นรูปมา ซึ่งก็แบ่งออกเป็นสองกลุ่มคือพวกที่เน้นน้ำหนักอินเตอร์คูลเลอร์ และ อาฟเตอร์คูลเลอร์ที่เบา อย่างเช่นของ 1G , 7M ,
1J , 4D56 จะมีลักษณะเป็นหลอดบางน้ำหนักเบา
การระบายความร้อนดี แต่รับเเรงดันได้สูงมาก
เกิดการแตกได้ง่าย

ส่วนอีกแป๊ปฉีดอีกแบบหนึ่งคือ เน้นความแข็งแรงของตัวแป๊ปที่อากาสจะวิ่งผ่าน จะเป็นแป๊ปที่หนากว่ายี่ห้อด้านบนนี้ อย่างเช่นอินเตอร์คูลเลอร์ และ อาฟเตอร์คูลเลอร์ของ

CPS จะมีลักษณะเป็นหลอดที่หนากว่า แต่น้ำหนักจะมากกว่านิดหน่อย พร้อมกับมีก้านด้านในเพื่อช่วยซับความร้อน พร้อมทั้งมีรู่นที่เป็นลักษณะพิเศษเฉพาะของเขาคือ เป็นแป๊ปหัวแหลมหนึ่งข้างเอาไว้ตัดลมให้วิ่งผ่านฟินทำให้อากาศผ่านได้ดีขึ้น ไม่มีการตีกลับของลมซึ่งช่วยให้ระบายความร้อนได้ดี ขนาดอยู่ที่ 3 นิ้ว ส่วนขนาดอื่นๆเช่น 50mm หรือ 2 นิ้วก็จะเป็นแป๊ปแบบโค้งทั้งสองด้านเพื่อช่วยรับแรงดันภายในได้ดีขึ้น หมดปัญหาเรื่องแตกตามตะเข็บแบบ ( BAR AND PLATE )

 อินเตอร์คูลเลอร์ และ อาฟเตอร์คูลเลอร์แบบโครงสร้าง( BAR AND PLATE )ทำขึ้นจากการนำหลอดอลูมิเนียม มาเชื่อมติดกับโครงสร้างโดยใช้แผ่นอลูมิเนียม พวกนี้จะมีขนาดใหญ่น้ำหนักมาก แต่ความแข็งแรงน้อย ระบายความร้อนดี แต่รับแรงบูชได้ไม่มาก และชอบมีปัญหาคือชอบแตกตามตะเข็บ เพราะเป็นลักษณะการนำแผ่นอลูมิเนียนมาวางซ้อนๆกัน ดังนั้นเมื่อมีการรับแรงดันที่เยอะและต่อเนื่อง การแตกตามรอยตะเข็บ หรือรอยต่อต่างๆนั้น เกิดขึ้นได้ง่าย และยากที่จะป้องกันหรือแก้ไข คุณสมบัติการระบายความร้อน ขึ้นอยู่กับการออกแบบและวัสดุที่ใช้ในแต่ละยี่ห้อ เช่น

ARC เป็นอินเตอร์ที่ทำขึ้นโดยใช้แผ่นอลูมิเนียมพับเชื่อมติดกับแท่งอะลูมิเนียมภายในท่อระบายอากาศ
จะมีครีบช่วยระบายอากาศรูปสามเหลี่ยม หลอดอากาศมีขนาดใหญ่ภายนอกทำเป็นมุมสามเหลี่ยม
เพื่อให้อากาศไหลได้เร็วขึ้น

HKS เป็นอินเตอร์ออกแบบเป็นแบบท่อเชื่อมกับท่อด้วยตัวเอง
ไม่มีแผ่นอะลูมิเนียมมาทำหน้าที่ยึด ภายในท่ออากาศเป็นทรงเหลี่ยมตรงๆ ภายนอกหลอดอากาศ
เป็นแบบเหลี่ยมแต่มีเอกลักษณ์ที่ครีบระบายความร้อนมีเยอะมากๆสามารถระบายความร้อนได้ดี

TURST เป็นท่อรับอากาศจะมีขนาดเล็กและแบนแต่จะมีท่อรับอากาศมากกว่า ทำให้ไอดีไหลผ่าน
ได้รวดเร็วกว่า ภายนอกท่อรับอากาศมีลักษณะมนๆ มีขนาดหนากว่าการระบายความร้อนดี

BLITZ เป็นท่อรับอากาศเชื่อมกับแผ่นอะลูมิเนียมภายนอกดูเหมือนทั่วๆไปแต่ภายใน
หลอดอากาศมีครีบ ที่เป็นเอกลักษณ์ คือ ช่วงทางเข้าจะเป็นแบบครีบธรรมดา
พอถึงช่วงกลางจะเป็นครีบซ้อนกันสองชั้น และพอถึงทางออกจะเป็นแบบธรรมดา
ช่วยในการถ่ายเทความร้อนได้ดี

APEX เป็นลักษณะทั่วไปเอกลักษณ์คือภายนอกท่อรับอากาศภายนอกเป็นมุมเฉียง
เป็นลักษณะห่างๆ ช่วยให้อากาศไหลมาระบายความร้อนได้รวดเร็วขึ้น


ข้อดีของการมีอินเตอร์คูลเลอร์ และ อาฟเตอร์คูลเลอร์ ติดตั้งไว้

 ช่วยระบายความร้อนให้กับไอดี ให้มีอุณหภูมิลดลง แรงม้าสูงขึ้นลดอุณหภูมิของเครื่องยนต์
และไอเสีย เทอร์โบทนทานขึ้น ลดอาการน็อคในการสันดาปเนื่องมาจากการชิงจุดระเบิด


ข้อควรระวังเกี่ยวกับ อินเตอร์คูลเลอร์ และ อาฟเตอร์คูลเลอร์

การติดตั้งอินเตอร์คูลเลอร์ และ อาฟเตอร์คูลเลอร์ต้องอยู่ในจุดที่รับลมมาระบายความร้อนได้ดีที่สุด ถ้าอยู่ในจุดที่ไม่ดีจะมีผลกลับกัน ทำให้ความร้อนไอดีสูงขึ้นกลายเป็นอินเตอร์ฮีทเตอร์ได้ ต้องไม่ไปบังการระบายความร้อนของ หม้อน้ำ อาจทำให้ความร้อนขึ้น ท่อยางและเหล็กรัดควรใช้อย่างดีที่ออกแบบมาเพื่อท่อเทอร์โบ ที่ต้องทนแรงดันและความร้อน เพราะถ้ามีการรั่วอาจทำให้ หรือรถจะวิ่งไม่ออก
เครื่องสะดุด ถ้าแตกอาจทำให้ เครื่องดับ สตาร์ทไม่ติด

บทความดีๆ จาก
rz-racingzone.com

หม้อน้ำ ออยล์คูลเลอร์ อินเตอร์คูลเลอร์ set

เป็นงานประกอบรวม ของหม้อน้ำ อินเตอร์คูลเลอร์ และออยล์คูลเลอร์

โดยที่ลูกค้าได้นำตัวหม้อน้ำเก่ามาให้ทางบริษัทเปลี่ยนรังผึ้งหม้อน้ำให้

แล้วสั่ง อินเตอร์คูลเลอร์ กับ ออยล์คูลเลอร์ ของทางบริษัทชลประสิทธิ์

ติดตั้งไว้ด้านหน้าของหม้อน้ำอีกทีดังที่เห็นในภาพด้านล่างนี้ เป็นงานประกอบหลังจากผลิต ทั้งตัวหม้อน้ำ อินเตอร์คูลเลอร์ และ ออยล์คูลเลอร์ แล้วเรียบร้อย


หม้อน้ำ อินเตอร์คูลเลอร์ ออยล์คูลเลอร์ - CPS
หม้อน้ำ อินเตอร์คูลเลอร์ ออยล์คูลเลอร์ - CPS

หม้อน้ำ อินเตอร์คูลเลอร์ ออยล์คูลเลอร์ - CPS
หม้อน้ำ อินเตอร์คูลเลอร์ ออยล์คูลเลอร์ - CPS

หม้อน้ำ อินเตอร์คูลเลอร์ ออยล์คูลเลอร์ - CPS
หม้อน้ำ อินเตอร์คูลเลอร์ ออยล์คูลเลอร์ - CPS

อินเตอร์คูลเลอร์ ออยล์คูลเลอร์ - CPS
หม้อน้ำ อินเตอร์คูลเลอร์ ออยล์คูลเลอร์ - CPS






โดย บริษัท ชลประสิทธิ์ กรุ๊ป จำกัด
http://www.ccrthailand.com
http://www.chonprasitgroup.com

หม้อน้ำสั่งทำขนาดใหญ่

หม้อน้ำใหญ่


เป็นหม้อน้ำขนาดใหญ่ ซึ่งสั่งทำไว้สำหรับติดตั้งกับเครื่องปั่นไฟขนาดใหญ่ เป็นหม้อน้ำสั่งทำเฉพาะใช้เวลาผลิต+ประกอบประมาณ 1 เดือน ใบที่เห็นนี้สูงประมาณ 2 เมตรกว่าๆ

ด้านล่างเป็นภาพการนำหม้อน้ำใหญ่ใบนี้ขึ้นรถ เพื่อนำไปส่งยังบริษัทปลายทางของลูกค้า

Big Radiator
Big Radiator - CPS

ยกหม้อน้ำใบใหญ่ขึ้นรถ
ยกหม้อน้ำใบใหญ่ขึ้นรถ - CPS

หม้อน้ำขนาดใหญ่ - CPS
หม้อน้ำขนาดใหญ่ - CPS

หม้อน้ำเครื่องปั่นไฟขนาดใหญ่ - CPS
หม้อน้ำเครื่องปั่นไฟขนาดใหญ่ - CPS

หม้อน้ำเครื่องเจน - CPS
หม้อน้ำเครื่องเจน - CPS

หม้อน้ำใบใหญ่ - CPS
หม้อน้ำใบใหญ่ - CPS

หม้อน้ำใหญ่ - CPS
หม้อน้ำใหญ่ - CPS



เผื่อท่านใดสนใจติดต่อสอบถามได้ที่ 038 272 646

บริษัท ชลประสิทธิ์ กรุ๊ป จำกัด
http://www.ccrthailand.com
http://www.chonprasitgroup.com

หม้อน้ำเก่ามือสอง กับ หม้อน้ำสั่งทำตามโรงงานหม้อน้ำ อันไหนดีกว่ากัน

ถ้าหม้อน้ำของคุณเกิดรูรั่วจำนวนมาก จนทำให้ความร้อนของรถขึ้นสูงและน้ำในหม้อน้ำแห้งอยู่บ่อยๆ คงต้องถึงเวลาแล้วที่จะต้องเปลี่ยนหม้อน้ำใบใหม่สักที แล้วถ้าคุณมีงบประมาณที่จำกัดแล้วด้วย จำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องดูว่าเราจะซื้อหม้อน้ำจากร้านขายหม้อน้ำเก่ามือสอง หรือ จะสั่งหม้อน้ำจากโรงงานหม้อน้ำทั่วๆไป อันไหนจะดีกว่ากัน?

เป็นอันรู้กันอยู่แล้ว่าการซื้อหม้อน้ำใหม่จากศูนย์นั้นคงแพงมากอยู่แล้ว นอกจากว่ารถของคุณเป็นรถสปอร์ท หรือ เป็นรถหรู ที่ยากจะหาหม้อน้ำทั่วๆไปได้ อันนี้ก็คงต้องเข้าศูนย์ โดนฟันตามระเบียบ เพราะคงทำใจได้ยากถ้าจะไปสั่งหม้อน้ำตามร้านหม้อน้ำทั่วไป หรือ จะหาซื้อหม้อน้ำมือสองก็คงจะหายากน่าดู หรือ ถ้าสั่งทำหม้อน้ำ ราคาก็คงจะใกล้เคียงกับตัวหม้อน้ำใหม่จากศูนย์อยู่ดี
ปัญหาของการซื้อหม้อน้ำมือสอง คือคุณไม่รู้เลยว่าสภาพหม้อน้ำนั้นจะเป็นยังไง เคยเจออะไรมาบ้าง ก่อนมาเป็นหม้อน้ำมือสอง อีกหนึ่งอย่างคือ รูปร่างภายนอกก็คงจะเป็นตัวยืนยันไม่ได้เช่นกันว่ามันยังดีหรือไม่ดี และคุณก็ไม่มีโอกาสที่จะทำการทดสอบแรงดันด้วย ดังนี้แล้ว คุณจะทำยังไง?

แต่ถ้าคุณจำเป็นต้องซื้อหม้อน้ำเก่า หรือหม้อน้ำมือสอง ก็ต้องให้แน่ใจว่าได้ตรวจสอบดูสภาพโดยรวมแล้ว นั่นหมายความว่าคุณต้องดูทั้งด้านนอกที่มองเห็นได้ และพยายามหาดูด้านใน ดูว่ามีร่องรอยหม้อน้ำผุ หรือเกิดสนิมหรือไม่ และตรวจดูความเสียหายของตัวปากหม้อน้ำและ ซอยของหม้อน้ำ
ในการที่จะดูด้านในหม้อน้ำได้ ก็ด้วยการใช้ไฟฉายช่วยส่องดู พร้อมกับอุปกรณ์สำหรับเขี่ยดู จะได้มองเห็นด้านในหม้อน้ำได้ชัดเจนว่ามีความสกปรกขนาดไหนภายใน เพื่อจะได้รู้ว่าตัวหม้อน้ำนั้นได้รับการดูแลมาอย่างดีหรือเปล่า

ดูข้อต่อต่างๆ ด้วย เช่นตัวท่อเข้าออกจากหม้อน้ำ ซึ่งจะเป็นอีกตัวที่จะทำให้ท่านรู้ได้ว่าหม้อน้ำลูกนั้นๆ ได้ถูกดูแลมาอย่างดีหรือไม่ โดยที่ถ้ามันไม่ไหวแล้ว ตัวท่อหม้อน้ำจะมีสนิมขึ้นหรือเกิดการกร่อน
ดูว่าเคยมีการซ่อมแบบเร็วมาแล้วหรือไม่ โดยดูว่ามีร่องรอยของ อีพลอกซี่ ที่ใช้สำหรับอุดรูรั่วต่างๆแบบชั่วคราวหรือไม่ ถ้ามีก็ควรหลีกเลี่ยงเลย เพราะซื้อไปเสียใจแน่นอน

ถ้ามันเป็นหม้อน้ำอลูมิเนียม ก็ให้ตรวจดูการกัดกร่อน และดู epoxy และ ดูรอยต่อ หรือ ท่อหม้อน้ำ ส่วนต่างๆ หม้อน้ำอลูมิเนียมต้องใช้น้ำยากันสนิมแบบพิเศษ เพราะถ้าไม่ใช้แล้วนั้นจะทำให้อายุการใช้งานสั้นลงมาก และเกิดการรั่วซืมได้ง่าย เพราะหม้อน้ำอลูมิเนียมมีตัวเนื้อที่บาง และกัดกร่อนง่าย อีกประการคือหม้อน้ำอลูมิเนียมที่ติดกับหัวก้นที่เป็นพลาสติกสีดำๆ นั้นหมายความว่ามันไม่ได้ติดกันสนิท ดังนั้นเวลาซ่อมด้วยการใช้ epoxy ซีเมนต์ จะทำให้เกิดปัญหาตามมามากมาย ดังนั้นตรวจดูให้ดี

ส่วนอีกตัวเลือกนั้นคือการสั่งหม้อน้ำจากโรงงานที่ขายหม้อน้ำให้กับตลาดงานซ่อมหม้อน้ำทั่วๆไป ซึ่งก็จะได้หม้อน้ำที่มีคุณภาพสูง บางครั้งสูงกว่าหม้อน้ำที่ติดมากับรถด้วยซ้ำ ส่วนราคาก็ถูกกว่าราคาศูนย์มาก
หม้อน้ำตามสั่งส่วนใหญ่แล้วจะมีขนาดและรูปร่างเหมือนกับหม้อน้ำศูนย์ เพียงแต่สำหรับประเทศไทยเรานั้นจะทำเป็นหม้อน้ำทองแดง ก็มี หม้อน้ำอลูมิเนียม ก็มี มากไปกว่านั้นยังสามารถเลือกได้ว่าจะเอาหม้อน้ำกี่แถว ถ้าหม้อน้ำที่ติดรถมานั้นหนาประมาณ 2" แต่เนื้อที่หน้ารถยังพอดี ก็เพิ่มให้เป็น 3" ก็ทำได้ ด้วยการเพิ่มจำนวนแถวของหม้อน้ำไป ก็จะได้ความจุหม้อน้ำมากขึ้นและระบายความร้อนได้ดีขึ้นด้วย

บริษัท ชลประสิทธิ์ กรุ๊ป จำกัด เป็นหนึ่งในบริษัทหม้อน้ำในประเทศไทย ที่ผลิตทั้งหม้อน้ำอลูมิเนียมและหม้อน้ำทองเหลือง หม้อน้ำทองแดง และมีตัวแทนจำหน่ายอยู่ทั่วทุกภูมิภาคของประเทศไทย ซึ่งทุกท่านสามารถนำรถของท่านไปซ่อมตามร้านหม้อน้ำ แล้วถามหาหม้อน้ำ CPS (chonprasit=ชลประสิทธิ์) ด้วยว่ายี่ห้อ CPS นี้อยู่ในวงการหม้อน้ำมากว่า 50 ปี เป็นที่ยอมรับโดยทั่วกันว่าเป็นหม้อน้ำคุณภาพสูง ใช้งานได้นานมากๆ ระบายความร้อนได้ดี จัดส่งได้รวดเร็ว และผลิตหม้อน้ำโดยขบวนการผลิตที่ระเอียดทุกขั้นตอน ด้วยทีมงานที่มากด้วยประสบการณ์

ถ้าคุณไม่สามารถเลือกได้ว่าจะใช้หม้อน้ำเก่าหรือหม้อน้ำสั่งทำ และต้องใช้หม้อน้ำเก่า ก็ขอให้ท่านตรวจสอบให้ดีๆ และสำหรับผู้ที่พร้อมจะลองก็ขอให้ลองซื้อหม้อน้ำสั่งทำดูได้

ชลประสิทธิ์ หม้อน้ำ

ฮอนด้าเตรียมเปิดรถยนต์ซีดาน 4 ประตูรุ่นใหม่เร็วๆนี้

บริษัท ฮอนด้า ออโตโมบิล (ประเทศไทย) จำกัด เดินหน้าตอกย้ำความมุ่งมั่นในการนำเสนอยนตรกรรมเพื่อตอบโจทย์ทุกไลฟ์สไตล์ พร้อมสนับสนุนนโยบายรถยนต์คันแรกของรัฐบาล โดยปัจจุบันฮอนด้ามีรถยนต์ 5 รุ่น ที่ได้รับการอนุมัติให้เข้าร่วมโครงการรถยนต์คันแรกของกรมสรรพสามิต กระทรวงการคลัง ประกอบด้วย รถยนต์ฮอนด้ารุ่นบริโอ้  แจ๊ซ  แจ๊ซไฮบริด  ซิตี้  และ ซิตี้ ซีเอ็นจี  ซึ่งลูกค้าที่สนใจสามารถจองเพื่อขอรับสิทธิ์ได้ภายใน 31 ธันวาคม ศกนี้
ฮอนด้าเตรียมเปิดรถยนต์ซีดาน 4 ประตูรุ่นใหม่เร็วๆนี้  รูปที่ 1
ฮอนด้าเตรียมสร้างประวัติศาสตร์ให้กับอุตสาหกรรมยานยนต์ไทยอีกครั้งเร็วๆนี้ ด้วยการเตรียมการเปิดตัวรถยนต์ซีดาน 4 ประตูรุ่นใหม่ล่าสุด รถยนต์รุ่นใหม่จะมีขนาดเครื่องยนต์ 1.2 ลิตร 4 สูบ 16 วาล์ว 90 แรงม้า ดี ไซน์ โดดเด่นล้ำสมัยทั้งภายนอกและภายใน พื้นที่ห้องโดยสารสะดวกสบายกว้างขวาง พร้อมพื้นที่ห้องสัมภาระด้านหลังที่สามารถบรรจุถุงกอล์ฟได้ถึง 2 ใบ  ครบครันด้วยอุปกรณ์ความปลอดภัย ด้วยระบบเบรกป้องกันล้อล็อก (ABS) ถุงลมนิรภัยคู่หน้า Dual SRS ในทุกเกรด เพื่อเป็นอีกหนึ่งทางเลือกสำหรับลูกค้ารถยนต์คันแรกใน ไตรมาส 4 ก่อนปิดโครงการ เมื่อเปิดตัวรถยนต์รุ่นใหม่นี้แล้วจะส่งผลให้ฮอนด้ามีรถยนต์ที่เข้าร่วม โครงการรถยนต์คันแรกถึง 6 รุ่น สำหรับลูกค้าที่สนใจข้อมูลของรถยนต์รุ่นใหม่นี้สอบถามเพิ่มเติมได้ที่โชว์ รูมฮอนด้าทั่วประเทศ ตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป
รายละเอียดรถยนต์ฮอนด้าที่เข้าร่วมโครงการรถยนต์คันแรก และเงินคืนภาษี (ข้อมูลเฉพาะ 5 รุ่นปัจจุบัน)
ฮอนด้าเตรียมเปิดรถยนต์ซีดาน 4 ประตูรุ่นใหม่เร็วๆนี้  รูปที่ 2
ลูกค้าที่สนใจข้อมูลเพิ่มเติมติดต่อได้ที่โชว์รูมฮอนด้าทั่วประเทศ หรือที่  http://www.honda.co.th/firstcar
-------------------------------------
ฮอนด้าเตรียมเปิดรถยนต์ซีดาน 4 ประตูรุ่นใหม่เร็วๆนี้  รูปที่ 3รูป Honda Brio Sedan ในต่างประเทศ ที่คาดการณ์ว่าจะเปิดตัวในเมืองไทย

ข้อมูลดีๆ มาฝากพี่ๆ mthai.com

ป้ายทะเบียนรถยนต์รูปแบบใหม่ 2555


 
คงจะสงสัยกันมานานว่าทำไมช่วงไม่กี่เดือนมานี้ป้ายทะเบียน โดยเฉพาะป้ายทะเบียนกรุงเทพฯ ถึงดูประหลาดๆเหมือนกับเอากระดาษ A4 มาทำเป็นป้ายทะเบียน และในที่สุดของการรอคอยเราก็จะได้ใช้ป้ายทะเบียนรถยนต์รูปแบบใหม่

กรมขนส่งทางบกได้เปิดเผยรูปแบบของป้ายทะเบียนใหม่ที่จะเริ่มใช้งานในกลาง เดือนตุลาคมนี้ หลังจากที่หมวด ฆฮ ที่ผลิตเสร็จสิ้นไปแล้วได้หมดลง ป้ายทะเบียนแบบใหม่จะมีการเพิ่มตัวเลขด้านหน้าอีกหนึ่งหลัก โดยจากสถิติการจดทะเบียนรถยนต์ที่ผ่านมา กรมขนส่งฯ มั่นใจว่าจะสามารถใช้ป้ายในรูปแบบเดิมได้อีกมากกว่า 150 ป

นายสมชัย ศิริวัฒนโชค อธิบดีกรมการขนส่งทางบก (ขบ.) ได้เปิดเผยว่า ทางขบ.ได้วางแผนที่จะเริ่มใช้งานป้ายทะเบียนรูปแบบใหม่ที่มีการใช้ตัวเลขนำ หน้าจากรูปแบบที่ใช้อยู่อีกหนึ่งตำแหน่ง โดยจะเริ่มใช้ในช่วงกลางเดือนตุลาคม สำหรับการเปลี่ยนแปลงครั้งนี้เกิดเนื่องมาจากทะเบียนที่ขึ้นต้นด้วย ฆฮ ซึ่งเป็นหมายเลขทะเบียนหมวดสุดท้ายใกล้จะหมดพอดี โดยทางขบ.มั่นใจว่าการเปลี่ยนรูปแบบป้ายทะเบียนในครั้งนี้ จะสามารถรองรับการจดทะเบียนป้ายได้อีกมากกว่า 150 ปี โดยในขณะนี้ทางขบ.ได้ส่งมอบป้ายรูปแบบใหม่ให้กับทางผู้ผลิตไปแล้วประมาณ 4 ล้านป้าย ซึ่งเพียงพอต่อความต้องการของผู้ใช้งานในอนาคตข้างหน้า

ป้ายทะเบียนรถยนต์แบบใหม่ 2555
ขบ. ยังได้เปิดเผยถึงข้อมูลสถิติการจดทะเบียนรถใหม่ในช่วงที่ผ่านมาว่ามีเพิ่ม ขึ้นกว่าเดิมกว่า 2 เท่า โดยในปัจจุบันมีการจดทะเบียนรถใหม่ทั่วประเทศประมาณ 80,000 คันต่อเดือน ซึ่งโดยปกติจะอยู่ที่ 40,000 คันต่อเดือน ซึ่งการจดทะเบียนเพิ่มขึ้นอย่างมากนี้เกิดขึ้นจากนโยบายรถคันแรกของรัฐบาล ทำให้ประชาชนสนใจซื้อรถยนต์มาใช้งานเพิ่มขึ้นเป็นจำนวนมาก
นอกจากนั้นทางขบ.ยังมีโครงการที่จะเสนอของบประมาณ 40 ล้านบาท เพื่อนำมาแก้ไขปัญหาป้ายทะเบียนแตกลายงาที่มีประชาชนได้รับผลกระทบจำนวนมาก ซึ่งถ้าหากได้รับการอนุมัติ ทางขบ.ได้วางแผนไว้ว่าจะใช้งบประมาณดังกล่าวในการจัดทำป้ายใหม่ให้ฟรี แต่ในปัจจุบันประชาชนที่มาร้องเรียนเรื่องป้ายทะเบียนแตกลายงามีจำนวนลดลง ซึ่งอาจจะเกิดจากประชาชนไม่ได้ใส่ใจเรื่องดังกล่าวแล้ว

วิธีขับรถตอนน้ำท่วมและช่วงฝนตก




ช่วงนี้ฝนตกหนักทุกวัน ทำให้มีน้ำท่วมขัง และน้ำท่วมตามจังหวัดต่างๆ ทำให้การขับรถนั้นยากลำบากยิ่งขึ้น เรามาดูวิธีขับรถตอนน้ำท่วมกันว่ามีข้อปฎิบัติอย่างไรมั่ง

- ห้ามเปิดแอร์เด็ดขาด ในขณะขับรถลุยน้ำลึก หรือแม้จะน้ำตื้นก็ตาม เพราะ สาเหตุที่รถดับ ส่วนใหญ่เกิดจากการเปิดแอร์แล้วขับลุยน้ำ เพราะว่า เมื่อเปิดแอร์ พัดลมจะทำงาน ทำให้ใบพัดจะพัดให้น้ำกระจายไปทั่วห้องเครื่อง แล้วทำให้เครื่องดับ
-ไม่ควรเร่งเครื่องให้รอบสูงๆ เพราะจะทำให้รถมีความร้อนสูงขึ้น เมื่อเครื่องมีความร้อนสูงขึ้น ใบพัดระบายความร้อนก็จะทำงาน และสิ่งที่จะตามมาก็เหมือนกับข้อ 1 ไม่ต้องกลัวว่าน้ำจะเข้าท่อไอเสีย เพราะต่อให้น้ำจะท่วมท่อไอเสีย แล้วสตาร์ทรถอยู่ที่รอบเดินเบา แรงดันที่ออกมาเพียงพอที่จะดันน้ำออกมาอย่างสบายๆ ต่อให้จอดรถทิ้งไว้จนน้ำท่วมท่อไอเสียก็ตาม เมื่อสตาร์ทรถก็ยังติดแน่นอน สำหรับเครื่องหัวฉีด
-ควรใช้เกียร์ต่ำ สำหรับเกียร์ธรรมดา ก็ใช้ประมาณเกียร์ 2 ควรใช้ความเร็วสม่ำเสมอ อย่าหยุดอย่าเร่งความเร็วขึ้น
-ควรลดความเร็วลง เมื่อกำลังขับรถสวนกับอีกคันที่กำลังขับมา เพราะไม่งั้นจะกลายเป็นคลื่นชนคลื่น ซึ่งน้ำที่ปะทะระหว่างรถของเราและรถที่วิ่งสวนมา มันก็อาจทำให้น้ำกระเด็นไปทำอันตรายต่ออุปกรณ์ภายในได้

ขับรถตอนน้ำท่วม

และเมื่อเวลาเจอฝนตกหนักๆ

ช่วงนี้มีฝนตก ทำให้พื้นผิวการจราจรนั้นติดขัดและพื้นผิวถนนก็ลื่น ทำให้รถนั้นแล่นหรือเคลื่อนตัวได้ช้าลง เราควรขับรถด้วยความระมัดระวัง และควรเช็ครถก่อนออกจากบ้านว่ารถมีสภาพที่ใช้งานได้ดีหรือไม่

1. ก่อนออกจากบ้าน ตรวจดูสภาพความพร้อมของที่ปัดน้ำฝน
2. ตรวจดูไฟหน้า ไฟท้าย ไฟเลี้ยวไฟกะพริบ ไฟถอยหลังว่าใช้การได้ดีหรือไม่ ถ้าไฟด้านไหนไม่ติดก็ต้องไปเปลี่ยนเพื่อความปลอดภัยน่ะค่ะ
3. ตรวจดูแบตเตอรี่สม่ำเสมอ โดยการเติมน้ำกลั่นที่หม้อแบต สามารถซื้อได้ที่ปั้มน้ำมันหรืออู่ซ่อมรถค่ะ
4. ดูสภาพยางรถยนต์ทั้ง 4 เส้นให้อยู่ในสภาพพร้อมใช้งานไม่อ่อน และแข็งเกินไป และยางทั้ง 4 ต้องอยู่ในสภาพที่ดีน่ะค่ะ
5. ตรวจสอบเบรคด้วยการเหยียบย้ำ ๆ ดู ว่าเบรคสึก หรือตื้นไป และให้เหยียบย้ำ ๆ มากขึ้นเมื่อพ้นสภาพถนนเปียก เป็นการไล่น้ำ ออกจากเบรค และให้เกิดความร้อน และมีประสิทธิภาพในการใช้งานต่อไป
6. ควรขับรถอย่างระมัดระวัง ไม่เร็วเกินไปเนื่องจากเครื่องยนต์ เกิดจากความร้อนเมื่อถูกความเย็น จะทำให้เกิดความร้อนขึ้น มีผลต่อกระแสไฟฟ้า และลัดวงจรเป็นเหตุ ให้เครื่องยนต์ดับได้
7. หากรถดับให้เปิดฝากระโปรง หาผ้าแห้ง  ซับบริเวณเครื่องยนต์ ถ้ามีสารเคมี เพื่อฉีดพ่นเครื่องยนต์ ไล่ความชื้น ได้ด้วยก็จะดี
8. หากเกิดฝ้าบริเวณกระจกหน้า ให้ใช้ผ้าแห้งเช็ดเป็นระยะ ๆ เพื่อทัศนวิสัยที่ดีในการขับขี่
9. หากหลีกเลี่ยงเส้นทางที่ ถนนมีน้ำท่วมขัง ไม่ได้ให้ปิดเครื่องปรับอากาศชั่วคราวนะคะ เพราะน้ำอาจจะเข้าไปที่พัดลม เครื่องปรับอากาศ ทำให้เสียได้ และพัดลมหม้อน้ำ จะตีเอาน้ำที่เข้ารถเป็นละอองปกคลุม ในห้องเครื่องเป็นสาเหตุให้รถดับได้

Proper Methods to change a car Radiator

You could ask your reliable auto technician in case your vehicle all of a sudden stops working along with a particular part must be fixed or changed. A particular example may be the vehicle radiator. In case your vehicle will get delayed because of a radiator problem, it might be essential to take proper care of changing this very important component. Radiators of older automobiles might be less complicated to alter in comparison to modern cars. Although modern radiators will keep going until 150,000 miles, it is extremely difficult to remove due to the complicated engine compartments. Nevertheless, you need to know the stages in changing radiators just in case of problems.

Don't unscrew the radiator cap or begin working when the radiator continues to be hot. Pressure will certainly spew the water and coolant. Along the way, this could scald the face, hands and whole body. You have to park the vehicle, stay away from the engine and allow it to awesome lower for a few hrs before beginning.

Make certain that both bad and the good battery devices are disconnected like a safety precaution. You need to drain the radiator coolant. Search for the plug around the right flank from the radiator. You need to fail the vehicle as it is underneath the radiator close to the passenger side. Be cautious in tugging the plug for older models. It is extremely difficult to find alternative caps in auto parts shops. You can easily jerk the hose and allow the fluid flow in the garden hose. This can be a safer method but it may cause lots of mess.

Now you can remove the radiator. Unfasten all plastic covers, remove the hoses and sever the bond towards the fan. Unscrew and remove the fan set up. You are able to undo the clamps having a flat-mind screwdriver. If you discover the radiator hoses cracked, it will likely be essential to replace this with a brand new unit. It's also vital that you remove transmission cooler lines utilizing an open-finish wrench. They are situated at the bottom of the radiator.

Install your brand-new radiator by reconnecting safely clamps that grip the radiator, transmission lines and cooling hoses. Put back the cooling fan shroud and all sorts of plastic covers. Now you can re-attach the electrical connections.

Filling the radiator with coolant ought to be done with caution. This solution consists of the same proportion of anti-freeze chemical and sterilized water. There must be a greater ratio of anti-freeze, if you reside somewhere in which the weather conditions are cooler. You can purchase the anti-freeze tester from the auto parts outlet. This really is utilized to determine the combination of water and anti-freeze. Sterilized water has lower swimming pool water content unlike plain tap water. Swimming pool water can harm radiators if used regularly.

Use a try out once you have effectively mounted your brand-new radiator. Monitor the progress of the radiator, coolant and temperature of water level. Do that for the following couple of days to make sure that you will find no leaks. If you will find no problems, then you're assured the your brand-new radiator will function correctly.

ออยล์คูลเลอร์ คืออะไร ไว้ทำอะไร ติดดีมั้ย?

ออยล์คูลเลอร์ ( OIL COOLER ) แปลตรงตัวเลยมันก็คือ ตัวทำเย็นน้ำมันเครื่อง ที่เราเห็นรถแรงๆ มักหามาใส่กันอันที่จริงแล้วมันก็มีประโยชน์มากแต่ในการที่ติดตั้งไม่ถูกหลักมันก็อาจจะกลายเป็นโทษได้เหมือนกัน เรามารูจักหน้าที่การทำงานและประโยชน์กันก่อนดีกว่า

น้ำมันเครื่องที่เราใช้อยู่มีหน้าที่ในการลดการเสียดสีของชิ้นส่วนต่างๆของเครื่องยนต์
เพื่อให้เครื่องยนต์มีการสึกหรอน้อยที่สุดโดยอาศัยฟิล์มบางๆของน้ำมันเครื่องเข้าไปแทรก ในช่องว่างระหว่างชิ้นส่วนต่างๆเช่น เพลาข้อเหวี่ยง แหวนสูป ก้านสูป เพลาราวลิ้น แคมชาร์ป
และส่วนอื่นๆอีก น้ำมันเครื่องที่ดีจะมีสารในการยึดเกาะโลหะได้ดี แต่ก็จะทำงานได้ที่ อุณหภูมิที่กำหนดเท่านั้น น้ำมันเครื่องที่มีราคาแพงจะสามารถทำหน้าที่ในการหล่อลื่นที่ อุณหภูมิสูงๆได้ดีและใช้ได้ยาวนานกว่าเพราะมีการเปลี่ยนแปลงคุณสมบัติน้อย น้ำมันเครื่อง
ที่มีราคาถูกจะทำงานได้ดีที่อุณหภูมิที่กำหนดแต่พออุณหภูมิสูงขึ้นก็จะเกิดการเปลี่ยนแปลง คุณสมบัติเหลวใสขึ้นในขณะที่เครื่องต้องทำงานหนักขึ้น ความร้อนเกิดขึ้นสูง โลหะในเครื่องยนต์เกิดการขยายตัว ดังนั้นโอกาสที่โลหะจะเกิดการกระทบกันเป็นไปได้มาก และเกิดความเสียหายขึ้น
 

หน้าที่
ออยล์คูเลอร์ มีหน้าที่ในการช่วยระบายความร้อนของน้ำมันเครื่องที่หมุนเวียนอยู่ในเครื่องยนต์ของเรา ให้เย็นลง ภายในท่อภายในออยล์คูลเลอร์จะมีครีบเล็กๆให้น้ำมันเครื่องไหลผ่าน และอาศัยอากาศ จากภายนอกไหลมากระทบกับท่อน้ำมันซึ่งจะมีครีบบางๆเพื่อนำพาความร้อนออกมาระบายให้เย็นตัวลง

ออยล์คูเลอร์มีอยู่ 2 ชนิด
1. ชนิดระบายความร้อนด้วยน้ำ พวกนี้จะติดตั้งมาจากโรงงาน มักจะติดอยู่กับกรองน้ำมันเครื่อง โดยทำเป็นอแดปเตอร์ ต่อขึ้นมาก่อนแล้วใช้น้ำจาก หม้อน้ำ ไหลผ่านมาระบายความร้อน หรือติดตั้งอยู่กับเสื้อสูปในเครื่องที่ออกแบบมาในจุดที่มีน้ำและ น้ำมันเครื่อง ไหลผ่าน
พวกนี้มักทำด้วยสแตนเลสเพื่อทนต่อการกัดกร่อนของน้ำแต่ระบายความร้อนได้ไม่ค่อยดี

2. ชนิดระบายความร้อนด้วยอากาศ
มี 2 แบบ ที่ทำด้วยทองแดงโดยท่อภายใน และภายนอกทำด้วยทองแดงทั้งสิ้นพวกนี้ จะทนทานกว่า มีน้ำหนักมากกว่า แต่การระบายความร้อน จะระบาย ได้น้อย และแบบที่สองทำด้วยอลูมิเนียม พวกนี้มีน้ำหนักน้อยกว่า ความแข็งแรงน้อยกว่า แต่การระบายความร้อนดีกว่ามาก
 

การติดตั้ง
ส่วนมากแล้ว ออยล์คูลเลอร์ ในเครื่องยนต์ดีเซลมักจะมีการติดตั้ง มาอยู่แล้วเพราะ เครื่องยนต์ดีเซล เป็นเครื่องที่มี ความร้อนสูง และในเครื่องเทอร์โบส่วนมากก็มัก จะ ติดตั้งมาให้แต่ส่วนใหญ่แล้วมักเป็นแบบระบายความร้อนด้วยน้ำและ ถ้าแบบ ระบายความร้อน ด้วยอากาศมักจะมี ขนาดเล็ก เครื่องยนต์ที่ติดตั้งแบบระบายความร้อนด้วยอากาศมาแล้ว เราสามารถหาซื้อแบบที่ดีกว่าและใหญ่กว่ามาติดตั้งแทนได้เลย
แต่ในเครื่องที่ระบายความร้อนด้วยน้ำมักต้องถอดของเดิมออกก่อนและหาอแดปเตอร์มาต่อในจุดที่เคยใส่กรองน้ำมันเครื่อง และต่อสาย มายังตัวใส่ กรองน้ำมันเครื่อง ด้านนอก แล้วในตัวอแดปเตอร์ จะมีสายแยกแพื่อจะเข้าไปยัง ออยล์คูลเลอร์ อีกที
การติดตั้งต้องอยู่ในจุดรับลมที่จะมาระบายความร้อนได้ดี ไม่เสียงต่อการกระแทกกับพื้น ล้อรถยนต์ ทำความสะอาดง่าย หรือสามารถเพิ่มพัดลมไฟฟ้ามาระบายความร้อนได้ยิ่งดี ท่อยางควรใช้สายทนแรงดัน จำพวกสายไฮโดรลิค หรือสายสแตนเลสถัก หัวต่อต้องเป็นหัวสายแบบทนแรงดันสูงเท่านั้น การเดินสายต้องระวังจุดหมุนหรือจุดเสียดสีทุกจุดหรือมีวัสดุมาป้องกันเพื่อป้องกันการฉีกแตกหรือติดตั้งเกจ์วัดแรงดันไว้คอยเตือนเมื่อเกิดการแตกรั่ว  

ข้อดี
ช่วยระบายความร้อนของเครื่องยนต์ได้เป็นอย่างดี มีความสำคัญพอๆกับหม้อน้ำเพราะถ้าน้ำมันเครื่องเย็นมีผลทำให้อุณหภูมิของเครื่องเย็นลงด้วย ยืดอายุของน้ำมันเครื่องให้สามารถใช้งานได้ยาวนานขึ้น

ข้อควรระวัง
ต้องคำนึงด้วยว่าปั้มน้ำมันเครื่องของเรามีเเรงดันเพียงพอหรือไม่เพราะจะทำให้แรงดันน้ำมันเครื่องลดลงอาจต้องเปลี่ยนปั้มน้ำมันเครื่อง การติดตั้งต้องใช้วัสดุอย่างดีและจุดที่ปลอดภัยที่สุดถ้าเกิดการแตกรั่วน้ำมันเครื่องจะถูกดันออกจากเครื่องอย่างรวดเร็วจนเราไม่ทันรู้ตัวเครื่องก็พังเสียแล้ว เมื่อติดตั้งแล้วควรวัดระดับน้ำมันเครื่อง เพราะต้องเพิ่มน้ำมันเครื่องอีก 1 – 2 ลิตร


ความคิดเห็น
คนที่ 1
ผมไม่เคยติดและก็ไม่เคยที่จะติด แต่มีประสบการณ์จริงจากเพื่อนที่เคยติด
ข้อเสีย
1.เสียเงินติด
2.เสียรูปทรงของรถเพราะต้องแปลงใส่เช่นต้องเจาะบังลม
3.เครื่องมักพังเพราะน้ำมันเครื่องมันไปอยู่ที่ออยทำ ให้ในเครื่องมีน้ำมันน้อย
ข้อดี
1.คนที่ติดคิดว่าเท่
2.คนติดคิดว่ามันระบายความร้อนดีกว่าระบายด้วยลม
3.คนติดคิดว่าการเสียเงินโดยเปล่าประโยชน์มันคือเรื่ องที่น่าภูมิใจ
ที่ผมพูดอย่างนี้เพราะได้ข้อมูลจากคนที่เคยติดและอีก อย่างคนที่ติดจริงๆและปัจจุบันได้เอาออกหมดแล้ว

คนที่ 2
ผมว่าดีนะ
ประสบการณ์ที่เคยติดมา ออยล์คูลเลอร์ สามารถติดยังงัยก็ได้ เอียงซ้าย ตะแคงขวา ได้หมด
ต้องใส่น้ำมันเครื่องเพิ่ม ให้พอดีกับตัวออยล์คูลเลอร์ แค่นี้ก็จบ หล่อแล้ว

คนที่ 3
สำหรับเครื่องยนต์แล้ว ผมว่าน้ำมันเครื่องสำคัญที่สุด การติดออยคูลเลอร์เป็นการช่วยเครื่องยนต์ที่ดีที่สุด เพราะเมื่อเครื่องยนต์เกิดความร้อน ความสามารถของเครื่องยนต์ก้จะลดลง

เป็นที่รู้กันอยู่แล้วว่ามันเป็นการระบายความร้อนโดย ผ่านน้ำมันเครื่อง โดยที่นำมันจะผ่านอุปกรณ์นั้นก็คือ ออย์คูลเลอร์ น้ำมันเคื่องมีความหน่าแน่นของโมเลกุลมาก การคลายความร้อนของน้ำมันก็จะกินเวลานานกว่าน้ำ ระบบเครื่องยนต์จะมีการไหลเวียนน้ำมัน เมื่อใส่ออยคูลเลอร์น้ำมันเครื่องก็จะไหลเวียนผ่านออ ยคูลเลอร์ทำให้น้ำมันเครื่องเย็นลงเร็วขึ้นกว่าปกติ

ผมขี่ sr อย่างแรกที่ใส่คือ ออยคูลเลอร์ เพราะผมชอบ และมันช่วยรถได้จริง

ออยคูลเลอร์ ที่ผมคิดน่ะ ข้อดีมีแค่ 2 ข้อ คือ ระบายความร้อน และ เท่ อย่างแรง
ข้อเสีย คือ
แพง ครับ ทุกอย่างที่เกียวกับออยคูลเลอร์
รถบางรุ่น บางคันไม่สามารถติดออยคูลเลอร์ได้ แต่สามารถแปลงใส่ได้ ขึ้นอยู่กับช่าง
น้ำมันเครื่องครับ ถ้าคุณติดออยคูลเลอร์แล้ว ให้เพิ่มน้ำมันเครื่อง ย้ำน่ะครับ เพิ่มน้ำมันเครื่อง
ออยคูลเลอร์ส่วนมากจะผลิตจากอลูมิเนียม มันจะแตก หัก งอ รั่ว ได้ง่าย
เมื่อออยคูลเลอร์มันรั่วน่ะ ปัญหาทุกอย่างเกี่ยวกับเครื่องจะตามมา สูบติด เกียร์แข็ง วาวล์พัง
ข้อแนะนำน่ะครับ
ต้องคอยดูระดับน้ำมันเครื่อง
อย่าให้ออยคูลเลอร์ รั่วครับ ทั้งที่ตัวออยเอง หรือข้อต่อ เพราะถ้ามันรั่ว น้ำมันเครื่องก็จะไหลซึมหยดทำให้นำมันเครื่องแห้งได้ ครับ และ ปัญหา ก็จะเกิดขึ้นกับเครื่องยนต์

ถ้าคิดจะแรง ก็ต้องรักษาบาง เป็นห่วงรถบ้าง จะได้อยู่กับเราไปนานๆๆ

คนที่ 4
จากที่ผมศึกษาและขี่รถทั้ง 2 ตระกูลนี้อยู่ ถามว่าถ้าออยคูลเลอร์ติดแล้วดีไหม...
คำตอบคือ: ดี...และไม่ดี แต่มันมีเหตุผลที่ต่างกัน
ดี: เพราะว่ามันช่วยลดอุณหภูมิของน้ำมันเครื่องลงทำให้น้ ำมันเครื่องยังคงคุณสมบัติในการหล่อลื่นเครื่องยนต์เ ต็มประสิทธิภาพทำให้เครื่องยนต์ไม่สึกหรอเร็วช่วยยืด อายุเครื่องยนต์และมีกำลังขับเคลื่อนเต็มประสิทธิภาพ ของเครื่องยนต์นั้นๆ
แต่ทำไมทางโรงงานผู้ผลิตไม่ใส่มาให้เลยล่ะ?มันก็มีเห ตุผลอีกนั่นแหล่ะ...
สิ่งที่ต้องเสียก็คือ : ต้นทุนที่เพิ่มขึ้น ราคารถแพงขึ้นแล้วจะทำยอดขายแข่งขันในตลาดที่มีคู่แข ่งขันได้ยังงัย เขาจึงไปปรับแก้ตรงจุดที่มีระบบไหลเวียนของน้ำมันเคร ื่องรถเครื่องยนต์ตัวนั้นๆให้มีระบบระบายความร้อนในต ัวได้เลยถึงจะมีประสิทธิภาพไม่เทียบเท่ากับ ออยคูลเลอร์แต่ก็ยังดีกว่าไม่มีเลยและลดต้นทุนด้วยแล ะไปปรับ ในคู่มือการใช้งานของเครื่องยนต์นั้นๆที่ให้มากับรถง ัยล่ะ ว่ารถคันนี้รุ่นนี้ควรจะต้องถ่ายน้ำมันเครื่องที่จำน วนกิโลเมตรที่เท่าไหร่ ใช้น้ำมันเครื่องเกรดไหนยังงัยล่ะยกตัวอย่างรถตระกูล ซี70,65,50 เค้ามีระบบระบายความร้อนน้ำมันเครื่องมาให้แล้วอยู่ต รงฝาสูบฝั่งขวามือเลยหัวเทียนขึ้นไปงัยล่ะที่มีครีบอ ่ะ ส่วนเอสอาร์ ก็ใช้ระบบหมุนเวียนผ่านโครงตัวถังรถเพื่อระบายอุณหภู มิให้ลดลงด้วยครับ
การที่คุณติดออยคูลเลอร์เพิ่มเติมเข้าไปสิ่งที่คุณจะ ต้องเสียคือ...
1.เสียเงินแน่ๆอย่างที่คุณ c50บอกยิ่งยี่ห้อดังยิ่งแพงจริงไหม
2.ดัดแปลงเพื่อติดตั้งมันลงไปในตัวรถ(ถ้าผ่านด่านเจอ ท่านตำหนวดแนวๆ ถึงรถคุณจะอุปกรณ์ส่วนควบครบหมดแต่มีการดัดแปลงติดออ ยล์ฯลฯอาจจะโดนข้อหาดัดแปลงได้นะ)
3.เสียเงินในการเปลี่ยนน้ำมันเครื่องแต่ละครั้งมากกว ่าปกติ เพราะมันต้องเติมมากกว่าระดับมาตรฐานงัย 1 ลิตรอาจจะไม่พอ(ขึ้นอยู่กับขนาดของออยล์คูลเลอร์และส ายเดินน้ำมัน)
4.ระบบปั้มน้ำมันเครื่องอาจจะชำรุดเร็วกว่าปกติ เพราะต้องรับภาระมากขึ้น
สรุปถ้าท่านที่จะติดออยล์ฯลฯเพราะมีกำลังทรัพย์เหลือ หรือว่ารถของท่านมีการปรับแต่งเครื่องยนต์ให้มีสมรรถ ณะสูงขึ้นกว่าเดิมอยู่หลายเท่าตัวหรือใช้ในการแข่งขั นก็ติดได้เลยเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพของเครื่องยนต์ได้ ทำงานเต็มที่และความเท่ห์สวยในรถของท่านครับ...

ถูกทั้งสองท่านแต่ความคิดอาจจะไม่เหมือนกันนิดหน่อยอ าจเป็นแต่ก็เป็นการแสดงความคิดและความเข้าใจของตัวเอ งครับยังไงก็ชาวสองล้อใช่ไหมครับ

บทความดีๆ จาก thaispeedcar และ thaiscooter

คุณก็ดูแลรักษาหม้อน้ำรถยนต์ของคุณเองได้

ผู้ใช้รถยนต์ สมัยนี้ส่วนใหญ่จะยุ่งมากจนไม่มีเวลาหรือถึงแม้ว่าจะมีเวลา ผู้ผลิตรถยนต์ ส่วนใหญ๋ก็จะ ผลิตรถยนต์ สมัยใหม่ออกมาให้ดูแลรักษาด้วยตัวเองยุ่งยากมากขึ้น ส่วนใหญ่จะใช้วิธีการติดตั้งระบบตรวจเตือนมาไว้ให้เป็นอุปกรณ์มาตรฐาน คนใช้รถ จึงมีหน้าที่เพียงแค่ อ่านมาตรวัด ของระบบตรวจเตือนทั้งหลายให้แม่นยำ เท่านั้น เมื่อพบว่ามีการเตือนจากระบบใดระบบหนึ่ง ก็ทำได้เพียงแค่นำรถไปพบช่างในศูนย์บริการเท่านั้นเอง

      ส่วนประกอบของ หม้อน้ำ
                              waterpump radiator
      ส่วนวิธีการที่จะกำจัดสนิมใน หม้อน้ำ ให้หมดไปอย่างถาวร ยังไม่มีใครคิดค้นขึ้นมาได้ เพราะในความเป็นจริงสนิมที่พบในน้ำหล่อเย็นไม่ได้เกิดขึ้นมาจาก หม้อน้ำ เพราะ หม้อน้ำ สมัยใหม่ผู้ผลิตรถจะใช้ หม้อน้ำอลูมิเมียม เป็นโครงสร้างในส่วนของ รังผึ้งหม้อน้ำ และ ท่อทางเดินน้ำ ส่วนชิ้นส่วนที่เป็นท่อนล่างและท่อนครอบด้านบนของ หม้อน้ำ หรือเรียกอีกอย่างว่าแท๊งค์ ก็จะใช้วัสดุประเภทพลาสติกฉีดที่เห็นเป็นสีดำๆ


      สนิมที่พบในน้ำ จากระบบหล่อเย็น มีที่มาจากท่อทางเดินน้ำบริเวณข้าง เสื้อสูบเป็นส่วนใหญ่ เพราะ เสื้อสูบของรถยนต์ ส่วนมากผลิตมาจากเหล็กหล่อที่เกิดสนิมได้ง่าย ซึ่งท่อทางเดินน้ำบริเวณข้างเสื้อสูบจะเป็นช่องทางเล็กๆที่ลดเลี้ยวซอกซอนไป มา คล้ายทางเดินของมดหรือปลวก

      ยุคก่อนมีคนแนะนำให้ใช้ผงซักฟอกผสมลงไปในน้ำที่ใช้ใน ระบบหล่อเย็น แต่คำแนะนำของผู้ผลิตในปัจจุบันนี้ห้ามไม่ให้ใช้ผงซักฟอกหรือสารที่เกิดฟอง เพราะเกรงว่าหากมีสารที่ก่อให้เกิดฟองตกค้างอยู่ในระบบ จะทำให้เกิดการสูญเสียของอุปกรณ์ตรวจวัดอุณหภูมิได้

      วิธีที่ง่ายที่สุดสำหรับการทำความสะอาด หม้อน้ำ และ ระบบหล่อเย็นด้วยตนเองคือการ ขยันถ่ายน้ำใน หม้อน้ำ ระบบบ่อยๆ และควรถ่ายน้ำในขณะที่อุณหภูมิของน้ำยังอุ่นๆอยู่เพาระาสิ่งสกปรกและสนิมจะยังไม่ตกตะกอนนอนก้น จะมีโอกาศถูกถ่ายทิ้งออกมาได้ง่ายกว่า การถ่ายตอนที่น้ำในระบบเย็นหมดแล้ว

      หากพบว่าหลังจากถ่ายน้ำไปแล้วยัง มีสนิมหลงเหลืออยู่ใน หม้อน้ำ ก็ไม่ต้องตกใจ เพราะเป็นเรื่องปกติธรรมชาติที่สนิมยังคงอยู่บ้าง ถ้าไม่สบายใจจริงๆก็ต้องนำรถไปหาช่างที่ ร้านหม้อน้ำ ให้เขาทำการ ล้างหม้อน้ำ ด้วยการใช้แรงดันน้ำเข้าไปไล่สิ่งสกปรกรวมทั้งสนิม ออกมาแต่หากไม่ตะขิดตะขวงใจจริงๆก็ปล่อย มันไว้อย่างนั้นเถอะ ไม่เสียเงินและไม่ต้องกลัวผลกระทบด้านลบที่ตามมาที่หลังอีกด้วย

      รู้ได้อย่างไรว่า ฝาหม้อน้ำ เสีย

      ให้สังเกตดูระดับน้ำใน หม้อน้ำ และ หม้อพักน้ำ ถ้าพบว่าน้ำใน หม้อพักน้ำ ไม่ยุบแต่น้ำใน หม้อน้ำ ยุบลงกว่าปรกติ หรือน้ำใน หม้อพักน้ำ ต้องเติมบ่อยๆแต่ไม่มาก นั่นคืออาการของ ฝาหม้อน้ำ เสียแล้ว ให้เปลี่ยนใหม่เลย(ให้ใช้ของแท้)

      ฝาหม้อน้ำ ทำหน้าที่ควบคุมความดันภายใน หม้อน้ำ ในขณะที่เครื่องยนต์ กำลังทำงาน และช่วยเพิ่มจุดเดือดของน้ำหล่อเย็นในระบบให้สูงขึ้น ในขณะที่น้ำหล่อเย็นมีอุณหภูมิสูงขึ้น น้ำจะเกิดการขยายตัว เพื่อดันตัวเองออกสู่ภายนอก หม้อน้ำ สปริงวาล์วของ ฝาหม้อน้ำ จะต้านทานแรงดันนี้ไว้ได้ระดับหนึ่ง หากน้ำมีอุณหภูมิสูงขึ้นอีก แรงดันที่เกิดขึ้นจะมากว่าแรงต้านทานที่ฝาหม้อน้ำจะรับได้ แรงดันนี้จะดัน สปริงวาล์ ฝาหม้อน้ำ ให้เปิดออก แล้วน้ำก็จะไหลออกไปทางรูน้ำล้นที่อยู่ด้านข้างของ ปากหม้อน้ำ ซึ่งจะมีสายต่อ ท่อน้ำล้นออกไปสู่ถังน้ำสำรอง (Coolant reserve tank) ในทางกลับกัน ขณะที่อุณหภูมิน้ำลดลง ความดันน้ำใน หม้อน้ำ จะลดลงด้วย ก็จะเกิดภาวะสุญญากาศใน หม้อน้ำ ลดลงด้วย ก็จะเกิดภาวะสุญญากาศใน หม้อน้ำ ทำการดูดน้ำที่อยู่ในถังน้ำสำรองกลับคืนสู่ หม้อน้ำ ดังเดิม

      ข้อสำคัญอยู่ที่ต้องตรวจระดับน้ำใน ระบบหล่อเย็น อย่างน้อยสัปดาห์ละ ครั้งและขณะขับรถต้องหมั่นสังเกตมาตรวัดความร้อนเสมอๆ เท่านั้นเอง



โดย ชลประสิทธิ์ หม้อน้ำ
ขอขอบคุณที่มาภาพและบทความ :  นิตยสาร รถวันนี้